Tip : ข้อสอบและเฉลย วิชาบาลีไวยากรณ์ ป.ธ./บศ. ชั้น ๑-๒

แนวข้อสอบ : เน้นการเติมคำลงในช่องว่างเป็นหลัก โดยเนื้อหาคำตอบมาจากแบบท่องบาลีไวยากรณ์เป็นสำคัญ
(รวบรวมจากข้อสอบเก่าบาลีสนามหลวงและอื่น ๆ อัพเดทถึง พ.ศ. ๒๕๖๗)

Tip : สมัญญาภิธาน

แนวคำถามข้อที่ ๑ :  เนื้อหาส่วน “สมัญญาภิธาน” [ใช้ออกสอบเป็นข้อที่ บาลีสนามหลวง]
“ขอผู้ใหม่ทุกท่าน จงตั้งใจ ขยัน และฝึกเขียนทำปัญหาตามนี้ รับรองสอบผ่าน 100% “

  • บาลีไวยากรณ์ แบ่งเป็น ………… ภาค คือ ………………………………
  • สระมีมาตราเบา ……….. ตัว คือ ……………. ชื่อว่า รัสสะ
  • อักขรวิธี ว่าด้วยอะไร ? แบ่งเป็นเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
  • วจีวิภาค แบ่งคำพูดออกเป็น ………………. ส่วน คือ …………………………………………………………………….
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว คือ ……………………………………  ๘ ตัวนี้ ชื่อสระ, ………………………………………………………………………………………………………………… ๓๓ ตัวนี้ ชื่อ พยัญชนะ ฯ
  • “อักขระที่เหลือจากสระ มี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุด ชื่อ …………… แปลว่า …………………………… มี ……….. ตัว
    แบ่งเป็น …………… พวก คือ ………………………. ………………………..”
  • พยัญชนะไหนบ้าง เรียกว่าอวรรค ฯ เพราะอะไร ? จึงเรียกชื่ออย่างนั้น ?
  • อักขระที่เหลือจากสระชื่ออะไร ? แปลว่าอย่างไร ? มีเท่าไร ? แบ่งเป็นกี่พวก ? อะไรบ้าง ?
  • อักขระเบื้องต้น …….. ตัว ตั้งแต่ อ จนถึง …………. ชื่อ ……………………….. ฯ
  • สระนั้น จัดเป็นคู่ได้ ๓ คู่ คือ …………………………………………………………………….
  • อะไรชื่อว่าพยัญชนะ ฯ พยัญชนะวรรคมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
  • พยัญชนะที่มีเสียงก้อง เรียกว่า …………… ที่มีเสียงไม่ก้อง เรียกว่า ……………
  • พยัญชนะที่ ๑ ที่ ๒ ในวรรคทั้ง ๕ คือ …………… และ ………. ๑๑ ตัวนี้ เป็นอโฆสะ
  • ในสระ ๘ ตัวนั้น สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ …………… ชื่อ ………. สระอีก ๕ ตัว อื่นจากนั้น คือ ……………….. ชื่อ …………… ฯ
  • กรณ์ที่ทำอักขระ มี …….. คือ ……………………………………
  • ว เกิดใน ๒ ฐาน คือ ………………… เรียกว่า …………………
  • พยัญชนะที่มีเสียงไม่ก้อง เรียกว่า ………….. ได้แก่ พยัญชนะ ……………………………………..
  • ฐานที่ตั้งที่เกิดของอักขระ มี ๖ คือ ……………………………
  • อักขระ ๗ ตัวนี้ คือ …………… เกิดที่ฟัน เรียกว่า ……………
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษามีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? พวกไหนได้ชื่อว่าสระ ทีฆะ และรัสสะ
  • สระต่างจากพยัญชนะอย่างไร ? สระไหนบ้าง ? ชื่อรัสสะ ทีฆะ ครุ และ ลหุ
  • ฐานกรณ์คืออะไร ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
  • อะไรชื่อว่าอักขระ และอักขระนั้น แปลว่าอย่างไรได้บ้าง ?
  • พยัญชนะในบาลีภาษามีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? จัดเป็นพวกได้เท่าไร ? พยัญชนะไหน ? จัดเป็นโฆสะ และอโฆสะ
  • พยัญชนะอวรรคมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? นิคคหิตและอนุสารแปลว่าอย่างไร ? ใช้ต่างจากพยัญชนะอื่นอย่างไร ?
  • อะไรชื่อว่าพยัญชนะ ? พยัญชนะวรรคมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    และลักษณะที่จะประกอบพยัญชนซ้อนกันได้ (เฉพาะพยัญชนะวรรค) มีหลักอย่างไร ?
  • พยัญชนะในบาลีมีเท่าไร ? พยัญชนะไหน ? จัดเป็น อโฆสะ โฆสะ สิถิล และธนิต
  • สระในบาลีภาษาจัดเป็นคู่ได้เท่าไร ? อะไรบ้าง ? สระไหน ? จัดเป็นสังยุตตสระ เพราะเหตุไร ? จึงเรียกชื่ออย่างนั้น
  • พยัญชนะไหนบ้างเป็นอัฑฒสระ เพราะเหตุไร จึงเรียกชื่ออย่างนั้น ?
  • พยัญชนะวรรคและอวรรค มีอย่างละเท่าไร ? อะไรบ้าง ? เหตุไร จึงเรียกว่าอรรค  ?
  • เนื้อความของถ้อยคาทั้งปวง ต้องหมายรู้กันด้วย ………………..เมื่อ………..วิบัติแล้วก็เข้าใจเนื้อความยาก
    เพราะฉะนั้น ความเป็นผู้ฉลาดใน…….จึงมีอุปการะมาก
  • เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่า ……………………………………
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ……………………………… ตัว
  • อักขระเบื้องต้น …….. ตัว ตั้งแต่ อ จนถึง โอ ชื่อ ……………
  • เอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ ………………. เรียก กณฺฐตาลุโช
  • วจีภาค แบ่งคำพูดออกเป็น ๖ ส่วน คือ ……………………….
  • อักขระเบื้องต้น ๘ ตัว ตั้งแต่ ………. จนถึง โอ ชื่อ …………
  • พยัญชนะ ๘ ตัวนี้ คือ ………………………… เรียกว่า อวรรค
  • กรณ์ที่ทำอักขระ มี ๔ คือ ………………………………………..
  • เนื้อความของถ้อยคาทั้งปวง ต้องหมายรู้กันด้วย …………..
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น …………. ตัว
  • สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ ………………………….. ชื่อรัสสะ
  • โอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ …………………. เรียกว่า กณฺโฐฏฺฐโช
  • พยัญชนะที่ ๑ ที่ ๒ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ……………. ๑๑ ตัวนี้ เป็นอโฆสะ
  • สระอีก ๕ ตัว อื่นจากรัสสะ ๓ ตัว คือ ……….. ชื่อ …………..
  • พยัญชนะ ……… ตัวนี้ คือ …………………… เรียกว่า อวรรค เพราะไม่เป็น …………………………………………….
  • พยัญชนะที่ ๕ สุดวรรค ซ้อนหน้าพยัญชนะ ………. ได้ทั้ง ๕ ตัว ยกเสียแต่ตัว ………. ซึ่งเป็นตัวสะกดอย่างเดียว
  • สระในบาลีภาษามีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? สระไหน ? เป็นรัสสะ ทีฆะ ครุ ลหุ
  • อักขระที่เหลือจากสระ ชื่อว่าและแปลว่าอย่างไร ? มีเท่าไร ? แบ่งเป็นกี่พวก ? อะไรบ้าง ?
  • เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่า ……………….. (สระ, พยัญชนะ, อักขระ)
  • อักขระเบื้องต้น ๘ ตัว ชื่อ ……………… (สระ, พยัญชนะ, อักขระ)
  • ถัดปลายลิ้นเข้ามา เป็นกรณ์ของอักขระที่เป็น …………… (ตาลุชะ, มุทธชะ, ทันตชะ)
  • พยัญชนะที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ในวรรคทั้ง ๕ เป็น……………. (โฆสะ, อโฆสะ)
  • พยัญชนะที่ ๒ ที่ ๔ ในวรรคทั้ง ๕ เป็น ………………… (สิถิล, ธนิต)
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ……………….. ตัว (๓๓, ๔๑)
  • สระ ๘ ตัวนี้ เป็น …………………… (นิสสิต, นิสสัย)
  • เอ โอ ๒ ตัวนี้ เป็น …………………… (อัฑฒสระ, สังยุตตสระ)
  • โอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ ………………………. (คอและริมฝีปาก, คอและเพดาน)
  • พยัญชนะที่ถูกฐานของตนหย่อน ๆ ชื่อ ……………………….. (อโฆสะ, สิถิล, ธนิต)
  • เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่าอะไร ? แปลว่าอย่างไร ?
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้นมี ……………….. ตัว คือ ……………………
  • สระมีมาตราเบา ………….. ตัวคือ …………………. ชื่อ ……………………..
  • สระอีก ๕ ตัว คือ ………………………… ชื่อ ………………….
  • คำว่า “อักขระ” ๆ นั้น ว่าตามนักปราชญ์ท่านประสงค์ก็เป็น ……………… อย่าง ……….. คือ ………………………………
  • ฐานที่ตั้งเกิดของอักขระมี …………………. คือ …………………………………………………………………..
  • พยัญชนะที่มีเสียงก้อง เรียกว่า ………………….. ได้แก่ พยัญชนะ ……………………………………………………….
  • ลักษณะที่จะประกอบพยัญชนะซ้อนกันได้นั้น ดังนี้ …………………………………………………………………….
  • พยัญชนะ …………………… ตัว คือ ……………………… ถ้าอยู่หลัง พยัญชนะตัวอื่น ออกเสียงผสมกับพยัญชนะตัวหน้า
  • กรณ์ที่ทำอักขระมี…………..คือ………………………………
  • อักขระ ๔๑ ตัว แม้ต่างกันโดยฐานที่เกิดเป็นต้น ก็เป็น……อย่าง คือ เป็น…………………………………………..
  • คำว่า อักขระ ๆ นั้น ว่าตามที่นักปราชญ์ท่านประสงค์ ก็เป็น ๒ อย่าง คือ……………………………………………………..?
  • อักขระที่เหลือจากสระนั้น……………..ตัว มี………..ชื่อว่า………………………………………………………….?
  • สระในภาษาบาลีจัดเป็นคู่ได้เท่าไร ? อะไรบ้าง ? สระไหน ? จัดเป็นสังยุตตสระ เพราะเหตุไร ? จึงเรียกชื่ออย่างนั้น
  • ลักษณะที่ประกอบพยัญชนะซ้อนกันได้นั้น มีอย่างไร ?
  • บาลีไวยากรณ์นี้ แบ่งเป็น………ภาคก่อนคือ……………………………………………………………………
  • อักขระที่เหลือจากสระนั้น………ตัวมี……..เป็นต้นมี………..เป็นที่สุด ชื่อ……………………………………………
  • อะไรชื่อว่าพยัญชนะ ? พยัญชนะวรรคและอวรรค มีอย่างละเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
  • ในเบื้องต้น ผู้ศึกษาบาลี จำต้องมีความเข้าใจในเรื่องของไวยากรณ์ให้ดีเสียก่อน อยากทราบว่า อักขรวิธี ว่าด้วยอะไร ?
    จัดเป็น ๒ อย่าง มีอะไรบ้าง ? ในแต่ละอย่าง กล่าวถึงเรื่องอะไร ?
  • พยัญชนะในบาลีภาษา มีเท่าไร ? พยัญชนะไหน ? จัดเป็น อโฆสะ โฆสะ สถิล และ ธนิต ?
  • บาลีไวยากรณ์ แบ่งเป็น ๔ ภาค มีอะไรบ้าง ? และในภาคนั้น ๆ ว่าด้วยเรื่องอะไร ?
  • คำว่าอักขระ ๆ นั้นว่าตามที่นักปราชญ์ท่านประสงค์ แบ่งเป็นกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
  • พยัญชนะที่มีเสียงก้อง เรียกว่าอะไร ? ที่มีเสียงไม่ก้อง เรียกว่าอะไร ?
  • พยัญชนะวรรคและอวรรค มีอย่างละเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
  • อักขระที่ใช้ในภาษาบาลีมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? พวกไหนได้ชื่อว่า สระ ทีฆะ และ รัสสะ ?
  • ฐานที่ตั้งที่เกิดของอักขระ มี ………………… คือ ………………. ?
  • พยัญชนะที่มีเสียงก้อง เรียกว่า ……………ได้แก่ พยัญชนะ ……………. ?
  • อักขรวิธี ว่าด้วยอักษรจัดเป็น ๒ คือ ………………………………………………………………. ?
  • กรณ์ที่ทำอักขระ มี ๔ คือ ………………………………………………………………. ?
  • พยัญชนะอวรรค มี………………….ตัว คือ……………………..
  • ฐานที่ตั้งที่เกิดของอักขระ มี ๖ คือ……………………………..
  • บาลีไวยากรณ์ แบ่งเป็น…………ภาค คือ……………………..
  • สระมีมาตราเบา ………….. ตัว คือ……………….ชื่อว่า รัสสะ
  • สระที่เป็น………………………ชื่อ ครุ มีเสียงหนัก
  • ว เกิดใน ๒ ฐาน คือ……………….. เรียกว่า ทนฺโตฏฺฐโช
  • อักขระที่เหลือจากสระมี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุดชื่อ…………………………..แปลว่า………………..มี………..ตัวแบ่งเป็น………..พวก คือ…………………………………………
  • สระที่เป็น……………………………………..ชื่อลหุ มีเสียงเบา
  • อักขระ ๘ ตัวนี้ คือ……………………………….เกิดในคอ เรียกว่า กณฺฐชา
  • พยัญชนะที่………………ในวรรคทั้ง ๕ คือ………………………………….. และ ส ๑๑ ตัวนี้ เป็น อโฆสะ,
    พยัญชนะที่…………………ในวรรคทั้ง ๕ คือ ……………………………และ………..๒๑ ตัวนี้ เป็นโฆสะ
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น มี ……….. ตัว คือ ………………………………… ๘ ตัวนี้ ชื่อ………………
    ๓๓ ตัวนี้ ชื่อ…………………………………………………………………
  • พยัญชนะ ๘ ตัวนี้ คือ………………… เรียนว่า อวรรค เพราะ……………………………………………………….
  • อักขระ ๗ ตัวนี้ คือ…………….. เกิดที่ฟัน เรียกว่า……………………………………………………………
  • สระมีมาตราเบา……….ตัว คือ ……………………………..ชื่อ…………………………………..
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว คือ…………………………………………. ๘ ตัวนี้ สระ,
    …………………………………………………..๓๓ ตัวนี้ ชื่อพยัญชนะ
  • อักขระที่เหลือจากนั้น………….ตัว มี………………………………………..ชื่อว่า………………..
    แปลว่า………………………………………………………………….
  • ฐานที่ตั้งที่เกิดของอักขระ มี ๖ คือ………………………………………………….
    ว เกิดใน ๒ ฐาน คือ………………………..เรียกว่า…………………………..
  • พยัญชนะวรรคในบาลีภาษา มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
  • พยัญชนะที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ในวรรคทั้ง ๕ คือ……………………………………………………., และ ย………………………………..,
    ๒๑ ตัวนี้ เป็นโฆสะ
  • ในสระ ๘ ตัวนั้น สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ……………..ชื่อ……………………
    สระอีก ๕ ตัว อื่นจากนั้น คือ……………………..ชื่อ………………………………….
  • วจีวิภาค แบ่งคาพูดออกเป็น…………ส่วน คือ………………………..
  • โอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ……………….เรียกว่า……………………………..
  • นิคคหิต แปลว่า………………………………………. 
  • กรณ์ที่ทำอักขระ มี ๔ คือ………………………..
  • สระที่เป็น……………………..ชื่อ ครุ มีเสียงหนัก
  • อักขระ ๘ ตัวนี้ คือ……………………….เกิดที่เพดาน เรียกว่า ตาลุชา
  • ในภาษาบาลีนั้น พยัญชนะวรรค มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? เพราะเหตุไร จึงเรียกชื่ออย่างนั้น ?
  • อักขรวิธี ว่าด้วยอักษร จัดเป็น…………..คือ…………………………………………
  • เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่า……………แปลว่า……………………………………………………………
  • พยัญชนะที่สุดวรรค ๕ ตัว คืออะไรบ้าง ? เกิดในฐานไหน ? และมีชื่อเรียกว่าอย่างไร ?
  • พยัชญนะที่ ๑ ที่ ๒ ในวรรคทั้ง ๕ คือ…………………………. ๑๑ ตัวนี้ เป็นอโฆสะ ?
  • สระอีก ๕ ตัวอื่นจากรัสสะ คือ………………ตัว ชื่อว่า ……………………………………………………………..
  • พยัญชนะ ๘ ตัวนี้ คือ…………เรียกว่า อวรรค เพราะ……………………………………………………..
  • เอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ…………เรียกว่า………………………….
  • วจีวิภาค แบ่งคำพูดออกเป็น………….ส่วน คือ…………………………………………………………….
  • สระนั้น จัดเป็นคู่ได้ ๓ คู่ คือ…………………………………………………………….
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว คือ………………………………………….. ๘ ตัวนี้ ชื่อ สระ………………………………………………………. ๓๓ ตัวนี้ ชื่อ พยัญชนะ
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว คือ………………………. ๘ ตัวนี้ ชื่อ สระ,
    ……………………………………………………. ๓๓ ตัวนี้ ชื่อ พยัญชนะ
  • อักขระที่เหลือจากสระ มี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุด ชื่อ………………………………แปลว่า……………………………
    มี……..ตัว แบ่งเป็น…..พวก คือ………………………………….

เฉลยคำถามข้อที่ ๑ :  เนื้อหาส่วน “สมัญญาภิธาน” [ใช้ออกสอบเป็นข้อที่ บาลีสนามหลวง]
“ขอผู้ใหม่ทุกท่าน จงตั้งใจ ขยัน และฝึกเขียนทำปัญหาตามนี้ รับรองสอ
บผ่าน 100% “

  • บาลีไวยากรณ์ แบ่งเป็น ………… ภาค คือ ……………………………
    • ตอบ บาลีไวยากรณ์นี้แบ่งเป็น ๔ ภาคก่อน คือ
      อักขรวิธี ๑ วจีวิภาค ๑ วากยสัมพันธ์ ๑ ฉันทลักษณะ ๑
  • สระมีมาตราเบา ……….. ตัว คือ ……………. ชื่อว่า รัสสะ
    • ตอบ สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ อ อิ อุ ชื่อ รัสสะ
  • อักขรวิธี ว่าด้วยอะไร ? แบ่งเป็นเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ อักขรวิธี ว่าด้วยอักษร จัดเป็น ๒ คือ สมัญญาภิธาน
      แสดงชื่ออักษร ที่เป็นสระ และพยัญชนะ พร้อมทั้งฐานกรณ์ ๑
      สนธิ ต่ออักษรที่อยู่ในคำอื่น ให้เนื่องเป็นอันเดียวกัน ๑
  • วจีวิภาค แบ่งคำพูดออกเป็น ……………. ส่วน คือ ……………………
    • ตอบ วจีวิภาค แบ่งคำพูดออกเป็น ๖ ส่วน คือ
      นาม ๑ อัพยยศัพท์ ๑ สมาส ๑ ตัทธิต ๑ อาขยาต ๑ กิตก์ ๑
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว คือ ………………………………..  ๘ ตัวนี้ ชื่อสระ ………………………………… ๓๓ ตัวนี้ ชื่อ พยัญชนะ
    • ตอบ อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว คือ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ๘ ตัวนี้ชื่อสระ,
      ก ข ค ฆ ง, จ ฉ ช ฌ ญ, ฏ ฐ ฑ ฒ ณ, ต ถ ท ธ น, ป ผ พ ภ ม,
      ย ร ล ว ส ห ฬ อํ ๓๓ ตัวนี้ชื่อพยัญชนะ
  • “อักขระที่เหลือจากสระ มี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุด ชื่อ …………… แปลว่า …………….. มี ……….. ตัว แบ่งเป็น …………… พวก คือ ……………………..”
    • ตอบ อักขระที่เหลือจากสระนั้น ๓๓ ตัว มี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุด ชื่อพยัญชนะ แปลว่า ทำเนื้อความให้ปรากฏ
      มี ๓๓ ตัว แบ่ง ๒ พวก คือ วรรค ๑, อวรรค ๑
  • พยัญชนะไหนบ้าง เรียกว่าอวรรค ฯ เพราะอะไร ? จึงเรียกชื่ออย่างนั้น ?
    • ตอบ พยัญชนะ ๘ ตัวนี้ คือ ย ร ล ว ส ห ฬ อํ เรียกว่า อวรรค เพราะไม่เป็นพวกเป็นหมู่กัน ตามฐานกรณ์ที่เกิด
  • อักขระที่เหลือจากสระชื่ออะไร ? แปลว่าอย่างไร ? มีเท่าไร ? แบ่งเป็นกี่พวก ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ อักขระที่เหลือจากสระนั้น ๓๓ ตัว มี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุด ชื่อพยัญชนะ
      คำว่าพยัญชนะนั้น แปลว่า ทำเนื้อความให้ปรากฏ มี ๓๓ ตัว แบ่งเป็น ๒ พวก คือ วรรค ๑ อวรรค ๑
  • อักขระเบื้องต้น …….. ตัว ตั้งแต่ อ จนถึง …………. ชื่อ ………………
    • ตอบ อักขระเบื้องต้น ๘ ตัว ตั้งแต่ อ จนถึง โอ ชื่อสระ
  • สระนั้น จัดเป็นคู่ได้ ๓ คู่ คือ ……………………………………….
    • ตอบ สระนั้น จัดเป็นคู่ได้ ๓ คู่ อ อา เรียกว่า อวณฺโณ, อิ อี เรียกว่า อิวณฺโณ, อุ อู เรียกว่า อุวณฺโณ
  • อะไรชื่อว่าพยัญชนะ ฯ พยัญชนะวรรคมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ อักขระที่เหลือจากสระนั้น ๓๓ ตัว มี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุด ชื่อพยัญชนะ ฯ
      พยัญชนะวรรค มี ๒๕ ตัว จัดเป็น ๕ คือ
      ก ข ค ฆ ง ๕ ตัวนี้ เรียกว่า ก วรรค
      จ ฉ ช ฌ ญ ๕ ตัวนี้ เรียกว่า จ วรรค
      ฏ ฐ ฑ ฒ น ๕ ตัวนี้ เรียกว่า ฏ วรรค
      ต ถ ท ธ น ๕ ตัวนี้ เรียกว่า ต วรรค
      ป ผ พ ภ ม ๕ ตัวนี้ เรียกว่า ป วรรค
      พยัญชนะ ๒๕ ตัวนี้เป็นพวก ๆ กันตามฐานกรณ์ที่เกิด จึงชื่อวรรค
  • พยัญชนะที่มีเสียงก้อง เรียกว่า …………… ที่มีเสียงไม่ก้อง เรียกว่า ……………
    • ตอบ พยัญชนะที่มีเสียงก้อง เรียกว่าโฆสะ ที่มีเสียงไม่ก้อง เรียกว่าอโฆสะ
  • พยัญชนะที่ ๑ ที่ ๒ ในวรรคทั้ง ๕ คือ …………… และ ………. ๑๑ ตัวนี้ เป็นอโฆสะ
    • ตอบ พยัญชนะที่ ๑ ที่ ๒ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ก ข, จ ฉ, ฏ ฐ, ต ถ, ป ผ, และ ส ๑๑ ตัวนี้ เป็นอโฆสะ
  • ในสระ ๘ ตัวนั้น สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ …………… ชื่อ ………. สระอีก ๕ ตัว อื่นจากนั้น คือ ……………….. ชื่อ ……………
    • ตอบ ในสระ ๘ ตัวนั้น สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ อ อิ อุ ชื่อ รัสสะ มีเสียงสั้น ,
      สระอีก ๕ ตัว อื่นจากนั้น คือ อา อี อู เอ โอ ชื่อทีฆะ มีเสียงยาว
  • กรณ์ที่ทำอักขระ มี …….. คือ ……………………………………
    • ตอบ กรณ์ที่ทำอักขระมี ๔ คือ ชิวฺหามชฺฌํ ท่ามกลางลิ้น ๑ ชิวฺโหปคฺคํ ถัดปลายลิ้นเข้ามา ๑
      ชิวฺหคฺคํ ปลายลิ้น ๑ สกฏฺฐานํ ฐานของตน ๑
  • ว เกิดใน ๒ ฐาน คือ ………………… เรียกว่า …………………
    • ตอบ ว เกิดใน ๒ ฐาน คือ ฟันและริมฝีปาก เรียกว่า ทนฺโตฏฺฐโช
  • พยัญชนะที่มีเสียงไม่ก้อง เรียกว่า ………….. ได้แก่ พยัญชนะ ………………….
    • ตอบ พยัญชนะที่มีเสียงไม่ก้อง เรียกว่า อโฆสะ ได้แก่ พยัญชนะ ๑๑ ตัวนี้ คือ ก ข, จ ฉ, ฏ ฐ, ต ถ, ป ผ, และ ส
  • ฐานที่ตั้งที่เกิดของอักขระ มี ๖ คือ ……………………………
    • ตอบ ฐานที่ตั้งที่เกิดของอักขระมี ๖ คือ กณฺโฐ คอ, ตาลุ เพดาน, มุทฺธา ศีรษะ ก็ว่า ปุ่มเหงือก ก็ว่า,
      ทนฺโต ฟัน, โอฏฺโฐ ริมฝีปาก, นาสิกา จมูก
  • อักขระ ๗ ตัวนี้ คือ …………… เกิดที่ฟัน เรียกว่า ……………
    • ตอบ อักขระ ๗ ตัวนี้ คือ ต ถ ท ธ น, ล ส เกิดที่ฟัน เรียกว่า ทนฺตชา
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษามีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? พวกไหนได้ชื่อว่าสระ ทีฆะ และรัสสะ
    • ตอบ อักขระที่ใช้ในบาลีภาษามี ๔๑ ตัว คือ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ,
      ก ข ค ฆ ง, จ ฉ ช ฌ ญ, ฏ ฐ ฑ ฒ ณ, ต ถ ท ธ น, ป ผ พ ภ ม, ย ร ล ว ส ห ฬ ฯ
      อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ๘ ตัวนี้ ชื่อสระ
      อา อี อู เอ โอ ๕ ตัวนี้ ชื่อทีฆะ
      อ อิ อุ ๓ ตัวนี้ ชื่อรัสสะ ฯ
  • สระต่างจากพยัญชนะอย่างไร ? สระไหนบ้าง ? ชื่อรัสสะ ทีฆะ ครุ และ ลหุ
    • ตอบ อักขระเบื้องต้น ๘ ตัว ตั้งแต่ อ จนถึง โอ ที่ชื่อสระนั้น ออกเสียงได้ตามลาพังตนเอง
      และทำพยัญชนะให้ออกเสียงได้ ส่วนพยัญชนะ ต้องอาศัยสระจึงจะออกเสียงได้ ฯ
      ในสระ ๘ ตัวนั้น สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ อ อิ อุ ชื่อรัสสะ มีเสียงสั้น, เหมือนคาว่า อติครุ,
      สระอีก ๕ ตัวอื่นจากรัสสะ ๓ ตัว คือ อ อิ อุ ชื่อรัสสะ มีเสียงสั้น, เหมือนคาว่า อติครุ,
      สระอีก ๕ ตัวอื่นจากรัสสะ ๓ ตัว คือ อา อี อู เอ โอ ชื่อทีฆะ มีเสียงยาว เหมือนคาว่า ภาคี วธู เสโข เป็นต้น,
      แต่ เอ โอ ที่มีพยัญชนะสังโยค คือซ้อนกันอยู่เบื้องต้นหลัง ท่านกล่าวว่าเป็นรัสสะ เหมือนคำว่า เสยฺโย โสตฺถิ เป็นต้น,
      สระที่เป็นทีฆะล้วน และสระที่เป็นรัสสะ มีพยัญชนะสังโยคและนิคคหิตอยู่เบื้องหลัง ชื่อครุ มีเสียงหนัก
      เหมือนคาว่า ภูปาโล เอสี มนุสฺสินฺโท เป็นต้น, สระที่เป็นรัสสะล้วน ไม่มีพยัญชนะสังโยคและมีนิคคหิตเบื้องหลัง ชื่อลหุ-มีเสียงเบา เหมือนคาว่า ปติ มุนิ เป็นต้น ฯ
  • ฐานกรณ์คืออะไร ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ ฐาน คือที่ตั้งที่เกิดของอักขระ มี ๖ คือ
      กณฺโฐ  คอ ๑ ตาลุ  เพดาน ๑ มุทฺธา  ศีรษะ หรือปุ่มเหงือก ๑
      ทนฺโต  ฟัน ๑ โอฏฺโฐ  ริมฝีปาก ๑ นาสิกา  จมูก ๑ ฯ
      กรณ์ คือที่ทำอักขระ มี ๔ คือ ชิวฺหามชฺฌํ  ท่ามกลางลิ้น ๑ ชิวฺโหปคฺคํ ถัดปลายลิ้นเข้ามา ๑
      ชิวฺหคฺคํ ปลายลิ้น ๑ สกฏฺฐานํ ฐานของตน ๑ ฯ
  • อะไรชื่อว่าอักขระ และอักขระนั้น แปลว่าอย่างไรได้บ้าง ?
    • ตอบ เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่าอักขระ แปลว่า ไม่รู้จักสิ้นอย่าง ๑ ไม่เป็นของแข็งอย่าง ๑
  • พยัญชนะในบาลีภาษามีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? จัดเป็นพวกได้เท่าไร ? พยัญชนะไหน ? จัดเป็นโฆสะ และอโฆสะ
    • ตอบ พยัญชนะในบาลีภาษามี ๓๓ ตัว คือ
      ก ข ค ฆ ง, จ ฉ ช ฌ ญ, ฏ ฐ ฑ ฒ ณ, ต ถ ท ธ น, ป ผ พ ภ ม, ย ร ล ว ส ห ฬ อํ  ฯ
      จัดเป็น ๒ พวก คือ วรรค ๑ อวรรค ๑ ฯ
      พยัญชนะที่ ๑ ที่ ๒ ใน วรรคทั้ง ๕ คือ ก ข จ ฉ ฏ ฐ ต ถ ป ผ และ ส ๑๑ ตัวนี้ เป็น อโฆสะ,
      พยัญชนะที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ค ฆ ง ช ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ภ ม และ ย ร ล ว ห ฬ ๒๑ ตัวนี้ เป็น โฆสะ,
      นิคคหิต นักปราชญ์ผู้รู้ศัพท์ศาสตร์ ประสงค์เป็นโฆสะ
      ส่วนนักปราชญ์ ฝ่ายศาสนาประสงค์เป็นโฆสาโฆสวิมุต พ้นจากโฆสะและอโฆสะ ฯ
  • พยัญชนะอวรรคมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? นิคคหิตและอนุสารแปลว่าอย่างไร ? ใช้ต่างจากพยัญชนะอื่นอย่างไร ?
    • ตอบ พยัญชนะอวรรคมี ๘ ตัว คือ ย ร ล ว ส ห ฬ ฯ
      นิคคหิต แปลว่า กดสระ หรือ กรณ์ คืออวัยวะที่ทาเสียง เวลาเมื่อจะว่าไม่ต้องอ้าปากเกินกว่าปกติเหมือนว่าทีฆะสระ ฯ
      อนุสาร แปลว่า ไปตามสระ ฯ
      นิคคหิตหรืออนุสารนี้ ไม่อาศัยสระอื่นออกเสียง ใช้เฉพาะหลังสระ อ อิ อุ เท่านั้น เหมือนคำว่า อหํ เสตุํ อกาสึ เป็นต้น ฯ
  • อะไรชื่อว่าพยัญชนะ ? พยัญชนะวรรคมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? และลักษณะที่จะประกอบพยัญชนซ้อนกันได้ (เฉพาะพยัญชนะวรรค) มีหลักอย่างไร ?
    • ตอบ อักขระที่เหลือจากสระ ๓๓ ตัว มี ก เป็นต้น มีนิคคหิต เป็นที่สุดชื่อว่าพยัญชนะ ฯ พยัญชนะวรรคมี ๒๕ ตัว คือ
      ก ข ค ฆ ง เรียก ก วรรค
      จ ฉ ช ฌ ญ เรียก จ วรรค
      ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เรียก ฏ วรรค
      ต ถ ท ธ น เรียก ต วรรค
      ป ผ พ ภ ม เรียก ป วรรค
      ลักษณะที่จะประกอบพยัญชนะว้อนกันได้ เฉพาะพยัญชนะวรรคนั้น มีหลักดังนี้
      (๑) พยัญชนะที่ ๑ ซ้อนหน้าพยัญชนะที่ ๑ และที่ ๒ ในวรรคของ ตนได้
      (๒) พยัญชนะที่ ๓ ซ้อนหน้าพยัญชนะที่ ๓ และที่ ๔ ในวรรคของ ตนได้
      (๓) พยัญชนะที่ ๕ สุดวรรค ซ้อนหน้าพยัญชนะในวรรคของตนได้ ทั้ง ๕ ตัว
      ยกเสียแต่ตัว ง ซึ่งเป็นตัวสะกดอย่างเดียว มิได้มีสาเนียงในภาษาบาลี ซ้อนหน้าตัวเองไม่ได้ ฯ
  • พยัญชนะในบาลีมีเท่าไร ? พยัญชนะไหน ? จัดเป็น อโฆสะ โฆสะ สิถิล และธนิต
    • ตอบ พยัญชนะในบาลีภาษามี ๓๓ ตัว ฯ
      พยัญชนะที่ ๑ ที่ ๒ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ก ข, จ ฉ, ฏ ฐ, ต ถ, ป ผ, และ ส ๑๑ ตัวนี้เป็น อโฆสะ
      พยัญชนะที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ค ฆ ง, ช ณ ญ, ฑ ฒ ณ, ท ธ น, พ ภ ม และ ย ร ล ว ห ฬ ๒๑ ตัวนี้เป็น โฆสะ
      นิคคหิต นักปราชญ์ผู้รู้ศัพทศาสตร์ประสงค์เป็น โฆสะ ส่วนนักปราชญ์ฝ่าย ศาสนา ประสงค์เป็น โฆสาโฆสวิมุต พ้นจากโฆสะและอโฆสะ
      พยัญชนะที่ ๑ ที่ ๓ ในวรรคทั้ง ๕ เป็น สิถิล
      พยัญชนะที่ ๒ ที่ ๔ ในวรรคทั้ง ๕ เป็น ธนิต
      ในคัมภีร์กัจจายนเภท แสดงไว้ว่า พยัญชนะที่สุดวรรค ๕ ตัว ก็เป็นสิถิล แต่ในคัมภีร์ทั้งหลายอื่น ท่านมิได้กล่าว ฯ
  • สระในบาลีภาษาจัดเป็นคู่ได้เท่าไร ? อะไรบ้าง ? สระไหน ? จัดเป็นสังยุตตสระ เพราะเหตุไร ? จึงเรียกชื่ออย่างนั้น
    • ตอบ สระในบาลีภาษาจัดเป็นคู่ได้ ๓ คู่ อ อา เรียกว่า อวณฺโณ, อิ อี เรียกว่า อิวณฺโณ, อุ อู เรียกว่า อุวณฺโณ, เอ โอ ๒ ตัวนี้ จัดเป็นสังยุตตสระ เพราะประกอบเสียงสระ ๒ ตัวเป็นเสียงเดียวกัน, อ กับ อิ ผสมกันเป็น เอ, อ กับ อุ ผสมกันเป็น โอ
  • พยัญชนะไหนบ้างเป็นอัฑฒสระ เพราะเหตุไร จึงเรียกชื่ออย่างนั้น ?
    • ตอบ พยัญชนะเหล่านี้ คือ ย ร ล ว ส ห ฬ ๗ ตัวนี้ เป็นอัฑฒสระ เพราะมีเสียงกึ่งสระ คือ กึ่งมาตรา เพราะพยัญชนะเหล่านี้ บางตัวก็รวมลงในสระเดียวกันด้วย พยัญชนะอื่น ออกเสียงพร้อมกันได้ บางตัวแม้เป็นตัวสะกด ก็คงออกเสียงหน่อยหนึ่ง พอให้รู้ได้ว่าตัวนั้นสะกด จึงเรียกชื่อว่า อัฑฒสระ ฯ
  • พยัญชนะวรรคและอวรรค มีอย่างละเท่าไร ? อะไรบ้าง ? เหตุไร จึงเรียกว่าอรรค  ?
    • ตอบ พยัญชนะวรรคมี ๒๕ ตัว คือ
      ก ข ค ฆ ง เรียกว่า ก วรรค
      จ ฉ ช ฌ ญ เรียกว่า จ วรรค
      ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เรียกว่า ฏ วรรค
      ต ถ ท ธ น เรียกว่า ต วรรค
      ป ผ พ ภ ม เรียกว่า ป วรรค
      ส่วนพยัญชนะอรรคมี ๘ ตัว คือ ย ร ล ว ส ห ฬ ที่เรียก อวรรค เพราะไม่เป็นหมวดเป็นหมู่กัน ตามฐานกรณ์ที่เกิด ฯ
  • เนื้อความของถ้อยคาทั้งปวง ต้องหมายรู้กันด้วย ………………..เมื่อ………..วิบัติแล้วก็เข้าใจเนื้อความยาก เพราะฉะนั้น ความเป็นผู้ฉลาดใน…….จึงมีอุปการะมาก
    • ตอบ เนื้อความของถ้อยคาทั้งปวง ต้องหมายรู้กันด้วย อักขระ เมื่อ อักขระ วิบัติแล้วก็เข้าใจเนื้อความยาก เพราะฉะนั้น ความเป็นผู้ฉลาดใน อักขระ จึงมีอุปการะมาก
  • เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่า ……………………………………
    • ตอบ เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่า อักขระ
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ……………………………… ตัว
    • ตอบ อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว
  • อักขระเบื้องต้น …….. ตัว ตั้งแต่ อ จนถึง โอ ชื่อ ……………
    • ตอบ อักขระเบื้องต้น ๘ ตัว ตั้งแต่ อ จนถึง โอ ชื่อ สระ
  • เอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ ………………. เรียก กณฺฐตาลุโช
    • ตอบ เอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ คอและเพดาล เรียก กณฺฐตาลุโช
  • วจีภาค แบ่งคำพูดออกเป็น ๖ ส่วน คือ ……………………….
    • ตอบ วจีภาค แบ่งคาพูดออกเป็น ๖ ส่วน คือ นาม ๑ อัพยยศัพท์ ๑ สมาส ๑ ตัทธิต ๑ อาขยาต ๑ กฤต ๑
  • อักขระเบื้องต้น ๘ ตัว ตั้งแต่ ………. จนถึง โอ ชื่อ …………
    • ตอบ อักขระเบื้องต้น ๘ ตัว ตั้งแต่ อ จนถึง โอ ชื่อ สระ
  • พยัญชนะ ๘ ตัวนี้ คือ ………………………… เรียกว่า อวรรค
    • ตอบ พยัญชนะ ๘ ตัวนี้ คือ ย ร ล ว ส ห ฬ เรียกว่า อวรรค
  • กรณ์ที่ทำอักขระ มี ๔ คือ ………………………………………..
    • ตอบ กรณ์ที่ทาอักขระ มี ๔ คือ ชิวฺหามชฺฌํ ท่ามกลางลิ้น ๑ ชิวฺโหปคฺคํ ถัดปลายลิ้นเข้ามา ๑ ชิวฺหคฺคํ ปลายลิ้น ๑ สกฏฺฐานํ ฐานของตน ๑
  • เนื้อความของถ้อยคาทั้งปวง ต้องหมายรู้กันด้วย …………..
    • ตอบ เนื้อความของถ้อยคาทั้งปวง ต้องหมายรู้กันด้วย อักขระ
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น …………. ตัว
    • ตอบ อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว
  • สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ ………………………….. ชื่อรัสสะ
    • ตอบ สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ อ อิ อุ ชื่อรัสสะ
  • โอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ …………………. เรียกว่า กณฺโฐฏฺฐโช
    • ตอบ โอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ คอและริมฝีปาก เรียกว่า กณฺโฐฏฺฐโช
  • พยัญชนะที่ ๑ ที่ ๒ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ……………. ๑๑ ตัวนี้ เป็นอโฆสะ
    • ตอบ พยัญชนะที่ ๑ ที่ ๒ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ก ข, จ ฉ, ฏ ฐ, ต ถ, ป ผ, และ ส ๑๑ ตัวนี้เป็น อโฆสะ
  • สระอีก ๕ ตัว อื่นจากรัสสะ ๓ ตัว คือ ……….. ชื่อ …………..
    • ตอบ สระอีก ๕ ตัว อื่นจากรัสสะ ๓ ตัว คือ อา อี อู เอ โอ ชื่อ ทีฆะ
  • พยัญชนะ ……… ตัวนี้ คือ …………………… เรียกว่า อวรรค เพราะไม่เป็น …………………………………………….
    • ตอบ พยัญชนะ ๘ ตัวนี้ คือ ย ร ล ว ส ห ฬ เรียกว่า อวรรค เพราะไม่เป็น พวกเป็นหมู่กัน ตามฐานกรณ์ที่เกิด
  • พยัญชนะที่ ๕ สุดวรรค ซ้อนหน้าพยัญชนะ ………. ได้ทั้ง ๕ ตัว ยกเสียแต่ตัว ………. ซึ่งเป็นตัวสะกดอย่างเดียว
    • ตอบ พยัญชนะที่ ๕ สุดวรรค ซ้อนหน้าพยัญชนะ ในวรรคของตน ได้ทั้ง ๕ ตัว ยกเสียแต่ตัว ง ซึ่งเป็นตัวสะกดอย่างเดียว
  • สระในบาลีภาษามีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? สระไหน ? เป็นรัสสะ ทีฆะ ครุ ลหุ
    • ตอบ สระในบาลีภาษา มี ๘ ตัว คือ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ
      สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ อ อิ อุ ชื่อ รัสสะ
      สระอีก ๕ ตัว อื่นจากรัสสะ ๓ ตัว คือ อา อี อู เอ โอ ชื่อ ทีฆะ
      สระที่เป็นทีฆะล้วน และสระที่เป็นรัสสะมีพยัญชนะสังโยค และนิคหิตอยู่เบื้องหลัง ชื่อ ครุ
      สระที่เป็นรัสสะล้วน ไม่มีพยัญชนะสังโยค และนิคคหิตอยู่เบื้องหลัง ชื่อ ลหุ
  • อักขระที่เหลือจากสระ ชื่อว่าและแปลว่าอย่างไร ? มีเท่าไร ? แบ่งเป็นกี่พวก ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ ชื่อ พยัญชนะ แปลว่า ทาเนื้อความให้ปรากฏ
      มี ๓๓ ตัว แบ่งเป็น ๒ พวก คือ วรรค ๑ อวรรค ๑
  • เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่า ……………….. (สระ, พยัญชนะ, อักขระ)
    • ตอบ เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่า อักขระ
  • อักขระเบื้องต้น ๘ ตัว ชื่อ ……………… (สระ, พยัญชนะ, อักขระ)
    • ตอบ อักขระเบื้องต้น ๘ ตัว ชื่อ สระ
  • ถัดปลายลิ้นเข้ามา เป็นกรณ์ของอักขระที่เป็น …………… (ตาลุชะ, มุทธชะ, ทันตชะ)
    • ตอบ ถัดปลายลิ้นเข้ามา เป็นกรณ์ของอักขระที่เป็น มุทธชะ
  • พยัญชนะที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ในวรรคทั้ง ๕ เป็น……………. (โฆสะ, อโฆสะ)
    • ตอบ พยัญชนะที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ในวรรคทั้ง ๕ เป็น โฆสะ
  • พยัญชนะที่ ๒ ที่ ๔ ในวรรคทั้ง ๕ เป็น ………………… (สิถิล, ธนิต)
    • ตอบ พยัญชนะที่ ๒ ที่ ๔ ในวรรคทั้ง ๕ เป็น ธนิต
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ……………….. ตัว (๓๓, ๔๑)
    • ตอบ อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว
  • สระ ๘ ตัวนี้ เป็น …………………… (นิสสิต, นิสสัย)
    • ตอบ สระ ๘ ตัวนี้ เป็น นิสสัย
  • เอ โอ ๒ ตัวนี้ เป็น …………………… (อัฑฒสระ, สังยุตตสระ)
    • ตอบ เอ โอ ๒ ตัวนี้ เป็น สังยุตตสระ
  • โอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ ………………………. (คอและริมฝีปาก, คอและเพดาน)
    • ตอบ โอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ คอและริมฝีปาก
  • พยัญชนะที่ถูกฐานของตนหย่อน ๆ ชื่อ ……………………….. (อโฆสะ, สิถิล, ธนิต)
    • ตอบ พยัญชนะที่ถูกฐานของตนหย่อน ๆ ชื่อ สิถิล
  • เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่าอะไร ? แปลว่าอย่างไร ?
    • ตอบ ชื่อว่า อักขระ แปลว่า ไม่รู้จักสิ้นอย่าง ๑ ไม่เป็นของแข็งอย่าง ๑
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้นมี ……………….. ตัว คือ ……………………
    • ตอบ มี ๔๑ ตัว คือ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ๘ ตัวนี้ ชื่อสระ ก ข ค ฆ ง, จ ฉ ช ฌ ญ, ฐ ฑ ฒ ณ, ต ถ ท ธ น, ป ผ พ ภ ม, ย ร ล ว ส ห ฬ ’ ๓๓ ตัวนี้ ชื่อพยัญชนะ
  • สระมีมาตราเบา ………….. ตัวคือ …………………. ชื่อ ……………………..
    • ตอบ มี ๓ ตัว คือ อ อิ อุ ชื่อ รัสสะ มีเสียงสั้น
  • สระอีก ๕ ตัว คือ ………………………… ชื่อ ………………….
    • ตอบ คือ อา อี อู เอ โอ ชื่อ ทีฆะ มีเสียงยาว
  • คำว่า “อักขระ” ๆ นั้น ว่าตามนักปราชญ์ท่านประสงค์ก็เป็น ……………… อย่าง ……….. คือ ………………………………
    • ตอบ เป็น ๒ อย่าง คือ เป็นเสียงอย่าง ๑ เป็นตัวหนังสืออย่าง ๑
  • ฐานที่ตั้งเกิดของอักขระมี …………………. คือ …………………………………………………………………..
    • ตอบ มี ๖ คือ กณฺโฐ คอ, ตาลุ เพดาน, มุทฺธา ศีรษะ ก็ว่า ปุ่มเหงือก ก็ว่า, ทนฺโต ฟัน, โอฏฺโฐ ริมฝีปาก, นาสิกา จมูก
  • พยัญชนะที่มีเสียงก้อง เรียกว่า ………………….. ได้แก่ พยัญชนะ ……………………………………………………….
    • ตอบ เรียกว่า โฆสะ ได้แก่พยัญชนะที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ค ฆ ง, ช ฌ ญ, ฑ ฒ ณ, ท ธ น, พ ภ ม และ ย ร ล ว ห ฬ รวม ๒๑ ตัว ฯ
  • ลักษณะที่จะประกอบพยัญชนะซ้อนกันได้นั้น ดังนี้ …………………………………………………………………….
    • ตอบ พยัญชนะที่ซ้อนกัน มีดังนี้
      – พยัญชนะที่ ๑ ซ้อนหน้าพยัญชนะที่ ๑ และที่ ๒ ในวรรคของตนได้
      – พยัญชนะที่ ๓ ซ้อนหน้าพยัญชนะที่ ๓ และที่ ๔ ในวรรคของตนได้
      – พยัญชนะที่ ๕ สุดวรรค ซ้อนหน้าพยัญชนะในวรรคของตนได้ทั้ง ๕ ตัว
      ยกเสียแต่ตัว ง ซึ่งเป็นตัวสะกดอย่างเดียว มิได้มีสาเนียงในภาษาบาลี ซ้อนหน้าตัวเองไม่ได้
  • พยัญชนะ …………………… ตัว คือ ……………………… ถ้าอยู่หลัง พยัญชนะตัวอื่น ออกเสียงผสมกับพยัญชนะตัวหน้า
    • ตอบ พยัญชนะ ๔ ตัว คือ ย, ร, ล, ว, อยู่หลังพยัญชนะตัวอื่นออกเสียงผสมกับพยัญชนะตตัวหน้า ฯ
  • กรณ์ที่ทำอักขระมี…………..คือ………………………………
    • ตอบ มี ๔ คือ ชิวฺหามชฺฌ ท่ามกลางลิ้น ๑ ชิวฺโหปคฺค ปลายลิ้นเข้ามา ๑ ชิวฺหคฺค ปลายลิ้น ๑ สกฏฺฐานํ ฐานของตน ๑ ท่ามกลางลิ้น เป็นกรณ์ของอักขระที่เป็นตาลุชะ, ถัดปลายลิ้นเข้ามา เป็นกรณ์ของอักขระที่เป็นมุทธชะ, ปลายลิ้น เป็นกรณ์ของอักขระที่เป็นทันตชะ, ฐานของตน เป็นกรณ์ของอักขระที่เหลือจากนี้ ฯ
  • อักขระ ๔๑ ตัว แม้ต่างกันโดยฐานที่เกิดเป็นต้น ก็เป็น……อย่าง คือ เป็น…………………………………………..
    • ตอบ เป็น ๒ อย่าง คือ เป็นนิสสัยอย่าง ๑ เป็นนิสสิต อย่าง ๑ สระเป็นที่อาศัยของพยัญชนะ ชื่อนิสสัย, พยัญชนะอันอาศัยสระ ชื่อนิสสิต ฯ
  • คำว่า อักขระ ๆ นั้น ว่าตามที่นักปราชญ์ท่านประสงค์ ก็เป็น ๒ อย่าง คือ……………………………………………………..?
    • ตอบ คาว่า อักขระ ๆ นั้น ว่าตามที่นักปราชญ์ท่านประสงค์ ก็เป็น ๒ อย่าง คือ เป็นเสียงอย่าง ๑ เป็นตัวหนังสืออย่าง ๑ ฯ
  • อักขระที่เหลือจากสระนั้น……………..ตัว มี………..ชื่อว่า………………………………………………………….?
    • ตอบ อักขระที่เหลือจากสระนั้น ๓๓ ตัว มี ก เป็นต้น มีนิคคหิต เป็นที่สุด ชื่อว่า พยัญชนะ ฯ
  • สระในภาษาบาลีจัดเป็นคู่ได้เท่าไร ? อะไรบ้าง ? สระไหน ? จัดเป็นสังยุตตสระ เพราะเหตุไร ? จึงเรียกชื่ออย่างนั้น
    • ตอบ สระในบาลีภาษาจัดเป็นคู่ได้ ๓ คู่ คือ อ อา เรียก อวณฺโณ
      อิ อี เรียก อิวณฺโณ
      อุ อู เรียก อุวณฺโณ
      สระ เอ โอ ๒ ตัวนี้ จัดเป็นสังยุตตสระ ที่เรียกชื่ออย่างนั้น เพราะประกอบเสียงสระ ๒ ตัว แป็นเสียงเดียวกัน คือ อ กับ อิ ผสมกันเป็น เอ. อ กับ อุ ผสมกันเป็น โอ ฯ
  • ลักษณะที่ประกอบพยัญชนะซ้อนกันได้นั้น มีอย่างไร ?
    • ตอบ ลักษณะที่ประกอบพยัญชนะซ้อนกันได้นั้น คือ ในพยัญชนะวรรคทั้งหลาย
      พยัญชนะที่ ๑ ซ้อนหน้า พยัญชนะที่ ๑ และ ที่ ๒ ในวรรคของตนได้
      พยัญชนะที่ ๓ ซ้อนหน้า พยัญชนะที่ ๓ และ ที่ ๔ ในวรรคของตนได้
      พยัญชนะที่ ๕ สุดวรรค ซ้อนหน้า พยัญชนะในวรรคของตนได้ทั้ง ๕ ตัว ยกเสียแต่ตัว ง ซึ่งเป็นตัวสะกดอย่างเดียว มิได้มีสาเนียงในภาษาบาลีซ้อนหน้าตัวเองไม่ได้
  • บาลีไวยากรณ์นี้ แบ่งเป็น………ภาคก่อนคือ………………..
    • ตอบ บาลีไวยากรณ์นี้ แบ่งเป็น ๔ ภาคก่อนคือ
      อักขรวิธี ๑ วจีวิภาค ๑ วากยสัมพันธ์ ๑ ฉันทลักษณะ ๑
  • อักขระที่เหลือจากสระนั้น………ตัวมี……..เป็นต้นมี………..เป็นที่สุด ชื่อ……………..
    • ตอบ อักขระที่เหลือจากสระนั้น ๓๓ ตัวมี ก เป็นต้นมี นิคคหิต เป็นที่สุด ชื่อ พยัญชนะ
  • อะไรชื่อว่าพยัญชนะ ? พยัญชนะวรรคและอวรรค มีอย่างละเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ อักขระที่เหลือจากสระนั้น ๓๓ ตัว มี ก เป็นต้น มี นิคคหิต เป็นที่สุด ชื่อ พยัญชนะ ฯ
      พยัญชนะวรรคมี ๒๕ ตัว และ พยัญชนะอวรรคมี ๘ ตัว
      พยัญชนะวรรคมี ๒๕ ตัว คือ
      ก ข ค ฆ ง เรียกว่า ก วรรค
      จ ฉ ช ฌ ญ เรียกว่า จ วรรค
      ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เรียกว่า ฏ วรรค
      ต ถ ท ธ น เรียกว่า ต วรรค
      ป ผ พ ภ ม เรียกว่า ป วรรค
      พยัญชนะอวรรคมี ๘ ตัว คือ ย ร ล ว ส ห ฬ อํ
  • ในเบื้องต้น ผู้ศึกษาบาลี จำต้องมีความเข้าใจในเรื่องของไวยากรณ์ให้ดีเสียก่อน อยากทราบว่า อักขรวิธี ว่าด้วยอะไร ? จัดเป็น ๒ อย่าง มีอะไรบ้าง ? ในแต่ละอย่าง กล่าวถึงเรื่องอะไร ?
    • ตอบ อักขรวิธี ว่าด้วยอักษร จัดเป็น ๒ อย่าง คือ สมัญญาภิธาน แสดงชื่ออักษรที่เป็น สระ และ พยัญชนะพร้อมทั้งฐานกรณ์ ๑ สนธิ ต่ออักษรที่อยู่ในคาอื่นให้เนื่องเป็นอันเดียวกัน ๑
  • พยัญชนะในบาลีภาษา มีเท่าไร ? พยัญชนะไหน ? จัดเป็น อโฆสะ โฆสะ สถิล และ ธนิต ?
    • ตอบ พยัญชนะในบาลีภาษา มี ๓๓ ตัว
      พยัญชนะที่ ๑ ที่ ๒ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ก ข, จ ฉ, ฏ ฐ, ต ถ, ป ผ และ ส ๑๑ ตัวนี้ จัดเป็น อโฆสะ
      พยัญชนะที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ค ฆ ง, ช ฌ ญ, ฑ ฒ ณ, ท ธ น, พ ภ ม, และ ย ร ล ว ส ห ฬ ๒๑ ตัวนี้ จัดเป็น โฆสะ
      พยัญชนะที่ ๑ ที่ ๓ ในวรรคทั้ง ๕ จัดเป็น สถิล
      พยัญชนะที่ ๒ ที่ ๔ ในวรรคทั้ง ๕ จัดเป็น ธนิต
      ในคัมภีร์กัจจายนเภท แสดงไว้ว่า พยัญชนะ ที่สุดวรรค ๕ ตัว ก็เป็น สิถิล
  • บาลีไวยากรณ์ แบ่งเป็น ๔ ภาค มีอะไรบ้าง ? และในภาคนั้น ๆ ว่าด้วยเรื่องอะไร ?
    • ตอบ บาลีไวยากรณ์แบ่งเป็น ๔ ภาค คือ อักขรวิธี ๑, วจีวิภาค ๑, วากยสัมพันธ์ ๑, ฉันทลักษณะ ๑ ฯ
      (๑) อักขรวิธี ว่าด้วยอักษร จัดเป็น ๒ คือ
      สมัญญาภิธาน แสดงชื่ออักษรที่เป็นสระและ พยัญชนะพร้อมทั้งฐานกรณ์
      สนธิ ต่ออักษรที่อยู่ในคาอื่น ให้เนื่องเป็นอันเดียวกัน
      (๒) วจีวิภาค แบ่งคาพูดออกเป็น ๖ ส่วน คือ
      นาม อัพยยศัพท์ สมาส ตัทธิต อาขยาต กิตก์
      (๓) วากยสัมพันธ์ ว่าด้วยการกและประพันธ์ผูกคาพูดที่แบ่งไว้ในวจีวิภาคให้เข้าเป็นประโยคเดียวกัน
      (๔) ฉันทลักษณะ แสดงวิธีแต่งฉันท์ คือคาถาที่เป็นวรรณพฤทธิ์ และมาตราพฤทธิ์
  • คำว่าอักขระ ๆ นั้นว่าตามที่นักปราชญ์ท่านประสงค์ แบ่งเป็นกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ คาว่าอักขระ ๆ นั้น ว่าตามที่นักปราชญ์ท่านประสงค์ แบ่งเป็น ๒ อย่าง คือเป็นเสียงอย่างหนึ่ง เป็นตัวหนังสืออย่างหนึ่ง
  • พยัญชนะที่มีเสียงก้อง เรียกว่าอะไร ? ที่มีเสียงไม่ก้อง เรียกว่าอะไร ?
    • ตอบ พยัญชนะที่มีเสียงก้อง เรียกว่า โฆสะ ที่มีเสียงไม่ก้อง เรียกว่า อโฆสะ
  • พยัญชนะวรรคและอวรรค มีอย่างละเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ พยัญชนะวรรคมี ๒๕ ตัว และ พยัญชนะอวรรคมี ๘ ตัว
      พยัญชนะวรรคมี ๒๕ ตัว คือ
      ก ข ค ฆ ง เรียกว่า ก วรรค
      จ ฉ ช ฌ ญ เรียกว่า จ วรรค
      ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เรียกว่า ฏ วรรค
      ต ถ ท ธ น เรียกว่า ต วรรค
      ป ผ พ ภ ม เรียกว่า ป วรรค
      พยัญชนะอวรรคมี ๘ ตัว คือ ย ร ล ว ส ห ฬ อํ
  • อักขระที่ใช้ในภาษาบาลีมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? พวกไหนได้ชื่อว่า สระ ทีฆะ และ รัสสะ ?
    • ตอบ อักขระที่ใช้ในภาษาบาลีมี ๔๑ ตัว คือ
      อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ,
      ก ข ค ฆ ง,
      จ ฉ ช ฌ ญ,
      ฏ ฐ ฑ ฒ ณ, ต ถ ท ธ น, ป ผ พ ภ ม, ย ร ล ว ส ห ฬ อํ ฯ
      อักขระ ๘ ตัว คือ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ชื่อว่า สระ ฯ
      สระ ๕ ตัว คือ อา อี อู เอ โอ ชื่อ ทีฆะ ฯ
      สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ อ อิ อุ ชื่อ รัสสะ ฯ
  • ฐานที่ตั้งที่เกิดของอักขระ มี ……….. คือ …………….. ?
    • ตอบ ฐานที่ตั้งที่ของอักขระ มี ๖ คือ กฺณโฐ คอ , ตาลุ เพดาน , มุทธา ศีรษะก็ว่า ปุ่มเหงือกก็ว่า ทนฺโต ฟัน, โอฏโฐ ริมฝีปาก,นาสิกา จมูก
  • พยัญชนะที่มีเสียงก้อง เรียกว่า ……………ได้แก่ พยัญชนะ ……………. ?
    • ตอบ พยัญชนะที่มีเสียงก้องเรียกว่า โฆสะ ได้แก่พยัญชนะที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ค ฆ ง, ช ฌ, ฑ ฒ ณ, ท ธ น, พ ภ ม, และ ย ร ล ว ห ฬ, ๒๑ ตัวนี้เป็น โฆสะ
  • อักขรวิธี ว่าด้วยอักษรจัดเป็น ๒ คือ ………………………. ?
    • ตอบ อักขรวิธี ว่าด้วยอักษรจัดเป็น ๒ คือ สมัญญาภิธาน แสดงชื่ออักษรที่เป็น สระและพยัญชนะ พร้อมทั้งฐานกรณ์ ๑ สนธิ ต่ออักษรที่อยู่ในคาอื่นให้เนื่องเป็นอันเดียวกัน ๑
  • กรณ์ที่ทำอักขระ มี ๔ คือ …………………………………….. ?
    • ตอบ กรณ์ที่ทาอักขระ มี ๔ คือ
      ชิวหามชฺฌ ท่ามกลางลิ้น เป็นกรณ์ของอักขระที่เป็น ตาลุชะ ๑
      ชิวโหปคฺค ถัดปลายลิ้นเข้ามา เป็นกรณ์ของอักขระที่เป็น มุทธชะ ๑
      ชิวหคฺค ปลายลิ้น เป็นกรณ์ของอักขระที่เป็น ทันตชะ ๑
      สกฏฺฐานํ ฐานของตน เป็นกรณ์ของอักขระ ที่เหลือนอกจากนี้คือ กณฺฐชะ โอฏฐชะ นาสิกฏฺฐานชะ ๑
  • พยัญชนะอวรรค มี………………….ตัว คือ……………………..
    • ตอบ พยัญชนะอวรรค มี ๘ ตัว คือ ย ร ล ว ส ห ฬ อํ
  • ฐานที่ตั้งที่เกิดของอักขระ มี ๖ คือ…………………………..
    • ตอบ คือ กณฺโฐ คอ ๑ ตาลุ เพดาน ๑
      มุทฺธา ศรีษะ หรือปุ่มเหงือก ๑ ทนฺโต ฟัน ๑
      โอฏฺโฐ ริมฝีปาก ๑ นาสิกา จมูก ๑
  • บาลีไวยากรณ์ แบ่งเป็น…………ภาค คือ……………………..
    • ตอบ บาลีไวยากรณ์ แบ่งเป็น ๔ ภาค คือ อักขรวิธี ๑ วจีวิภาค ๑ วากยสัมพันธ์๑ ฉันทลักษณะ ๑
  • สระมีมาตราเบา ………….. ตัว คือ……………….ชื่อว่า รัสสะ
    • ตอบ สระมีมาตราเบา มี ๓ ตัว คือ อะ อิ อุ ชื่อว่า รัสสะ
  • สระที่เป็น………………………ชื่อ ครุ มีเสียงหนัก
    • ตอบ สระที่เป็นรัสสะ มีพยัญชนะสังโยคและนิคคหิตอยู่เบื้องหลัง ชื่อ ครุ มีเสียงหนัก
  • ว เกิดใน ๒ ฐาน คือ……………….. เรียกว่า ทนฺโตฏฺฐโช
    • ตอบ ว เกิดใน ๒ ฐาน คือ ฟันและริมฝีปาก เรียกว่า ทนฺโตฏฺฐโช
  • อักขระที่เหลือจากสระมี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุดชื่อ…………………………..แปลว่า………………..มี………..ตัวแบ่งเป็น………..พวก คือ…………………………………………
    • ตอบ อักขระที่เหลือจากสระมี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุดชื่อ พยัญชนะ แปลว่า ทาเนื้อความให้ปรากฏ มี ๓๓ ตัวแบ่งเป็น ๒ พวก คือ วรรค ๑ , อวรรค ๑
  • สระที่เป็น…………………………………..ชื่อลหุ มีเสียงเบา
    • ตอบ สระที่เป็นรัสสะล้วน ไม่มีพยัญชนะสังโยคและนิคคหิตอยู่เบื้องหลัง ชื่อลหุ มีเสียงเบา ฯ
  • อักขระ ๘ ตัวนี้ คือ……………..เกิดในคอ เรียกว่า กณฺฐชา
    • ตอบ อักขระ ๘ ตัวนี้ คือ อ อา ก ข ค ฆ ง ห เกิดในคอ เรียกว่า กณฺฐชา
  • พยัญชนะที่………………ในวรรคทั้ง ๕ คือ……………………………… และ ส ๑๑ ตัวนี้ เป็น อโฆสะ, พยัญชนะที่……………….ในวรรคทั้ง ๕ คือ …………………………และ………..๒๑ ตัวนี้ เป็นโฆสะ
    • ตอบ พยัญชนะที่๑ ที่๒ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ก ข, จ ฉ, ฏ ฐ, ต ถ, ป ผ และ ส ๑๑ ตัวนี้ เป็น อโฆสะ พยัญชนะที่๓ ที่๔ ที่๕ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ค ฆ ง, ช ฌ ญ, ฑ ฒ ณ, ท ธ น, พ ภ ม และ ย ร ล ว ห ฬ ๒๑ ตัวนี้เป็น โฆสะ
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น มี ……….. ตัว คือ …………………………… ๘ ตัวนี้ ชื่อ……………… ๓๓ ตัวนี้ ชื่อ…………………………………………………………
    • ตอบ อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น มี ๔๑ ตัว คือ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ๘ ตัวนี้ ชื่อ สระ
      ก ข ค ฆ ง, จ ฉ ช ฌ ญ, ฏ ฐ ฑ ฒ ธ น, ป ผ พ ภ ม, ย ร ว ส ห ฬ อํ ๓๓ ตัวนี้ ชื่อ พยัญชนะ
  • พยัญชนะ ๘ ตัวนี้ คือ………………… เรียนว่า อวรรค เพราะ…………………………………………………..
    • ตอบ พยัญชนะ ๘ ตัวนี้ คือ ย ร ว ส ห ล อ เรียกว่า อวรรค เพราะ ไม่เป็นพวกเป็นหมู่กันตามฐานกรณ์ที่เกิด
  • อักขระ ๗ ตัวนี้ คือ………….. เกิดที่ฟัน เรียกว่า…………………….
    • ตอบ อักขระ ๗ ตัวนี้ คือ ต ถ ท ธ น, ล ส เกิดที่ฟัน เรียกว่า ทนฺตชา
  • สระมีมาตราเบา……….ตัว คือ ……………….ชื่อ……………………
    • ตอบ สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ อ อิ อุ ชื่อ รัสสะ
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว คือ…………………………………………. ๘ ตัวนี้ สระ, …………………………………………………..๓๓ ตัวนี้ ชื่อพยัญชนะ
    • ตอบ อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว คือ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ๘ ตัวนี้ สระ
      ก ข ค ฆ ง,
      จ ฉ ช ฌ ญ,
      ฏ ฐ ฑ ฒ ณ, ต ถ ท ธ น, ป ผ พ ภ ม, ย ร ล ว ส ห ฬ อํ ๓๓ ตัวนี้ ชื่อพยัญชนะ
  • อักขระที่เหลือจากนั้น………….ตัว มี……………………….ชื่อว่า………………..ว่า………………………………………
    • ตอบ อักขระที่เหลือจากนั้น ๓๓ ตัว มี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุด ชื่อว่า พยัญชนะ แปลว่า ทาเนื้อความให้ปรากฎ
  • ฐานที่ตั้งที่เกิดของอักขระ มี ๖ คือ…………………………………………………. ว เกิดใน ๒ ฐาน คือ………………………..เรียกว่า…………………………..
    • ตอบ ฐานที่ตั้งที่เกิดของอักขระ มี ๖ คือ กณฺโฐ คอ, ตาลุ เพดาน, มุทธา ศรีษะก็ว่า ปุ่มเหงือกก็ว่า, ทนโต ฟัน, โอฏฺโฐ ริมฝีปาก, นาสิกา จมูก
      ว เกิดใน ๒ ฐาน คือ ฟันและริมฝีปาก เรียกว่า ทนฺโตฏฺฐโช
  • พยัญชนะวรรคในบาลีภาษา มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ พยัญชนะวรรคในบาลีภาษา มี ๒๕ คือ
      ก ข ค ฆ ง
      จ ฉ ช ฌ ญ
      ฏ ฐ ฑ ฒ ณ
      ต ถ ท ธ น
      ป ผ พ ภ ม
  • พยัญชนะที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ในวรรคทั้ง ๕ คือ……………………………………………………., และ ย……………………………….., ๒๑ ตัวนี้ เป็นโฆสะ
    • ตอบ พยัญชนะที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ค ฆ ง, ช ฌ , ฑ ฒ ณ, ท ธ น, พ ภ ม, และ ย ร ล ว ห ฬ, ๒๑ ตัวนี้ เป็นโฆสะ
  • ในสระ ๘ ตัวนั้น สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ……………..ชื่อ……………………สระอีก ๕ ตัว อื่นจากนั้น คือ……………………..ชื่อ………………………………….
    • ตอบ ในสระ ๘ ตัวนั้น สระมีมาตราเบา ๓ ตัว คือ อ อิ อุ ชื่อ รัสสะ มีเสียงสั้น สระอีก ๕ ตัว อื่นจากนั้น คือ อา อี อู เอ โอ ชื่อ ทีฆะ มีเสียงยาว
  • วจีวิภาค แบ่งคาพูดออกเป็น…………ส่วน คือ……………….
    • ตอบ วจีวิภาค แบ่งคาพูดออกเป็น ๖ ส่วน คือ นาม ๑ อัพยยศัพท์ ๑ สมาส ๑ ตัทธิต ๑ อาขยาต ๑ กิตก์ ๑
  • โอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ………….เรียกว่า…………………………
    • ตอบ โอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ คอและริมผีปาก เรียกว่า กณฺโฐฏฺฐโช
  • นิคคหิต แปลว่า……………………………………….
    • ตอบ นิคคหิต แปลว่า กดสระหรือกรณ์คืออวัยวะที่ทำเสียง
  • กรณ์ที่ทำอักขระ มี ๔ คือ………………………..
    • ตอบ กรณ์ที่ทำอักขระมี ๔ คือ ชิวฺหามชฺฌ ท่ามกลางลิ้น ๑ ชิวฺโหปคฺค ถัดปลายลิ้นเข้ามา ๑ ชิวฺหคฺค ปลายลิ้น ๑ สกฏฺฐาน ฐานของตน ๑
  • สระที่เป็น……………………..ชื่อ ครุ มีเสียงหนัก
    • ตอบ สระที่เป็นทีฆะล้วน และสระที่เป็นรัสสะมีพยัญชนะสังโยคและนิคคหิตอยู่เบื้องหลัง ชื่อ ครุ มีเสียงหนัก
  • อักขระ ๘ ตัวนี้ คือ……………………….เกิดที่เพดาน เรียกว่า ตาลุชา
    • ตอบ อักขระ ๘ ตัวนี้ คือ อิ อี จ ฉ ช ฌ ย เกิดที่เพดานเรียกว่า ตาลุชา
  • ในภาษาบาลีนั้น พยัญชนะวรรค มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? เพราะเหตุไร จึงเรียกชื่ออย่างนั้น ?
    • ตอบ ในภาษาบาลีนั้นพยัญชนะวรรค มี ๒๕ ตัว คือ ก ข ค ฆ ง จ ฉ ช ฌ ฏ ฑ ฒ ณ ต ถ ท ธ น ป ผ พ ภ ม ฯ
      เพราะเป็นพวกเป็นหมู่กันตามฐานกรณ์ที่เกิด จึงเรียกชื่ออย่างนั้น
  • อักขรวิธี ว่าด้วยอักษร จัดเป็น…………..คือ…………….
    • ตอบ อักขรวิธีว่าด้วยอักษร จัดเป็น ๒ คือ สมัญญาภิธาน แสดงชื่ออักษร ที่เป็นสระและพยัญชนะพร้อมทั้งฐานกรณ์ ๑ สนธิ ต่ออักษรที่อยู่ในคาอื่นให้เนื่องเป็นอันเดียวกัน ๑
  • เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่า……………แปลว่า…………….
    • ตอบ เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี ชื่อว่าอักขระ แปลว่าไม่รู้จักสิ้นอย่าง ๑ ไม่เป็นของแข็งอย่าง ๑
  • พยัญชนะที่สุดวรรค ๕ ตัว คืออะไรบ้าง ? เกิดในฐานไหน ? และมีชื่อเรียกว่าอย่างไร ?
    • ตอบ พยัญชนะที่สุดวรรค ๕ ตัว คือ ง ณ น ม ฯ
      เกิดใน ๒ ฐาน คือ ตามฐานของตนๆ และจมูก มีชื่อเรียกว่า สกฏฺฐานนาสิกฏฺฐานชา
  • พยัชญนะที่ ๑ ที่ ๒ ในวรรคทั้ง ๕ คือ…………………………. ๑๑ ตัวนี้ เป็นอโฆสะ ?
    • ตอบ พยัญชนะที่ ๑ ที่ ๒ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ก ข, จ ฉ, ฏ , ต ถ, ป ผ, และ ส ๑๑ ตัวนี้ เป็น อโฆสะ
  • สระอีก ๕ ตัวอื่นจากรัสสะ คือ…………..ตัว ชื่อว่า …………..
    • ตอบ สระอีก ๕ ตัวอื่นจากรัสสะคือ อา อี อู เอ โอ ชื่อว่า ทีฆะ ฯ
  • พยัญชนะ ๘ ตัวนี้ คือ……….เรียกว่า อวรรค เพราะ………….
    • ตอบ พยัญชนะ ๘ ตัวนี้ คือ ย ร ล ว ส ห ฬ อํ เรียกว่า อวรรค เพราะไม่เป็นพวกเป็นหมู่กันตามฐานกรณ์ที่เกิด
  • เอ เกิดใน ๒ ฐาน คือ…………เรียกว่า……………………….
    • ตอบ เอ เกิดใน ๒ ฐานคือ คอและเพดาน เรียกว่า กณฺฐตาลุโช
  • วจีวิภาค แบ่งคำพูดออกเป็น………….ส่วน คือ………………
    • ตอบ วจีวิภาค แบ่งคาพูดออกเป็น ๖ ส่วน คือ นาม ๑ อัพยยศัพท์ ๑ สมาส ๑ ตัทธิต ๑ อาขยาต ๑ กิตก์ ๑
  • สระนั้น จัดเป็นคู่ได้ ๓ คู่ คือ…………………………….
    • ตอบ สระนั้นจัดเป็นคู่ได้ ๓ คู่ คือ
      อ อา เรียกว่า อวณฺโณ,
      อิ อี เรียกว่า อิวณฺโณ,
      อุ อู เรียกว่า อุวณฺโณ
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว คือ………………… ๘ ตัวนี้ ชื่อ สระ……………………. ๓๓ ตัวนี้ ชื่อ พยัญชนะ
    • ตอบ อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว คือ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ๘ ตัวนี้ ชื่อ สระ
      ก ข ค ฆ ง, จ ฉ ช ฌ ญ, ฏ ฐ ฑ ฒ ณ, ต ถ ท ธ น, ป ผ พ ภ ม, ย ร ล ว ส ห ฬ อํ ๓๓ ตัวนี้ ชื่อ พยัญชนะ
  • อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว คือ………………… ๘ ตัวนี้ ชื่อ สระ,…………………… ๓๓ ตัวนี้ ชื่อ พยัญชนะ
    • ตอบ อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น ๔๑ ตัว คือ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ๘ ตัวนี้ ชื่อ สระ
      ก ข ค ฆ ง, จ ฉ ช ฌ ญ, ฏ ฐ ฑ ฒ ณ, ต ถ ท ธ น, ป ผ พ ภ ม, ย ร ล ว ส ห ฬ อํ ๓๓ ตัวนี้ ชื่อ พยัญชนะ
  • อักขระที่เหลือจากสระ มี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุด ชื่อ………………………………แปลว่า…………………………… มี……..ตัว แบ่งเป็น…..พวก คือ………………………………….
    • ตอบ อักขระที่เหลือจากสระ มี ก เป็นต้น มีนิคคหิตเป็นที่สุด ชื่อ พยัญชนะ แปลว่า ทำเนื้อความให้ปรากฏ มี ๓๓ ตัว แบ่งเป็น ๒ พวก คือ วรรค ๑ อวรรค ๑”

Tip : สนธิ

แนวคำถามข้อที่ ๒ :  เนื้อหาส่วน “สนธิ” [ใช้ออกสอบเป็นข้อที่ บาลีสนามหลวง]
“ขอผู้ใหม่ทุกท่าน จงตั้งใจ ขยัน และฝึกเขียนทำปัญหาตามนี้ รับรองสอบผ่าน 100% “

  • การต่ออักขระด้วยอักขระก็ดี สนธิกิริโยปกรณ์ก็ดี มีเท่าไร อะไรบ้าง ?
    สเมตายสฺมา และ อิจฺเจว เป็นสนธิอะไร ตัดต่ออย่างไร ?
    • ตอบ การต่ออักขระด้วยอักขระ ซึ่งเรียกว่า “สนธิ” มี ๓ อย่าง คือ
      สระสนธิ ต่อสระ ๑
      พยัญชนะสนธิ ต่อพยัญชนะ ๑
      นิคคหิตสนธิ ต่อนิคคหิต ๑
      สนธิกิริโยปกรณ์ มี ๘ อย่าง คือ
      โลโป  ลบ ๑ อาเทโส  แปลง ๑
      อาคโม  ลงตัวอักษรใหม่ ๑
      วิกาโร ทำให้ผิดจากของเดิม ๑ ปกติ ปกติ ๑
      ทีโฆ  ทำให้ยาว ๑ รสฺสํ  ทำให้สั้น ๑ สญฺโญโค  ซ้อนตัว ๑
      สเมตายสฺมา เป็นสระสนธิ ตัดบทเป็น สเมตุ – อายสฺมา
      ลบสระหน้า คือ อุ ที่สุดแห่งศัพท์ สเมตุ เสีย สนธิเป็น สเมตายสฺมา
      อิจฺเจวํ เป็นพยัญชนะสนธิ ตัดบทเป็น อิติ – เอว สระอยู่หลัง
      แปลง ติ ที่ท่านทาเป็น ตฺย แล้วให้เป็น จฺจ สนธิเป็น อิจฺเจว
  • ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    โลโป ลบ นั้น มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?  จตูหปาเยหิ ตัดต่ออย่างไร ?
    • ตอบ ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เบื้องต้นครบทั้ง ๗
      ขาดแต่ สญฺโญโค อย่างเดียว คือ โลโป  ลบ ๑ อาเทโส แปลง ๑
      อาคโม  ลงตัวอักษรใหม่ ๑ วิกาโร ทาให้ผิดจากของเดิม ๑
      ปกติ ๑ ทีโฆ  ทำให้ยาว ๑ รสฺสํ  ทำให้สั้น ๑
      โลโป ลบ ที่ต้น มี ๒ อย่าง คือ ลบสระหน้า ๑ ลบสระหลัง ๑
      จตูหปาเยหิ ตัดเป็น จตูหิ – อปาเยหิ สระทั้งสอง คือสระหน้าและสระหลังเป็นรัสสะ แต่มีรูปไม่เสมอกัน เมื่อลบสระต้นแล้วไม่ต้องทีฆะสระที่ไม่ได้ลบ ต่อกันเป็น จตูหปาเยหิ
  • นิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร อะไรบ้าง โลโป – ลบนิคคหิตนั้น จะลบได้ในที่เช่นไร วิทูนคฺค , อริยสจฺยจานทสฺสน , ตัดต่ออย่างไร ฯ
    • ตอบ นิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๔ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ ฯ
      เมื่อมีสระหรือพยัญชนะอยู่เบื้องหลัง ลบนิคคหิตซึ่งอยู่หน้าได้บ้าง
      เช่น ตาสฺ – อหํ เป็น ตาสาหํ เป็นต้น ฯ
      วิทูนคฺคํ ตัดเป็น วิทูน – อคฺคํ สระอยู่หลัง ลบนิคคหิตซึ่งอยู่หน้า
      ต่อกันเป็น วิทูนคฺคํ
      อริยสจฺจานทสฺสนํ ตัดเป็น อริยสจฺจานํ – ทสฺสนํ
      พยัญชนะอยู่หลัง ลบนิคคหิตซึ่งอยู่หน้า ต่อกันเป็น อริยสจฺจานสฺสนํ
  • พยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    เอวํส เป็นสนธิอะไร ? ตัดต่ออย่างไร ?
    • ตอบ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค ๑ ฯ
      เอวํส เป็นโลปพยัญชนะสนธิ ตัดเป็น เอวํ-อสฺส
      เมื่อลบสระเบื้องปลายที่มีติคคหิตอยู่หน้าแล้ว
      ถ้าพยัญชนะเรียงกัน ๒ ตัว ลบเสียตัวหนึ่ง ต่อกันได้รูปเป็น เอวํส
  • อาเทส สนธิกิริโยปกรณ์ มีในสนธิไหนบ้าง ? 
    อคฺยาคารํ ตัดต่ออย่างไร ?
    • ตอบ อาเทส มีในสนธิทั้ง ๓ คือ สระสนธิ พยัญชนะสนธิ และนิคคหิตสนธิ
      อคฺยาคารํ ตัดเป็น อคฺคิ-อคารํ
      อิ แห่ง อคฺคิ อยู่หน้า มีสระ อยู่เบื้องหลัง แปลง อิ ตัวหน้าเป็น ย พยัญชนะซ้อนกัน ๓ ตัว ลบพยัญชนะที่มีรูปเสมอกันเสียตัวหนึ่งต่อกันได้รูปเป็น อคฺยาคารํ
  • พยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    เอวํสา ตัดต่ออย่างไร ฯ
    • ตอบ ได้สนธกิริโยปกรณ์ ๕ คือ โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค ๑
      เอวํสา ตัดเป็น เอวํ-อสฺสา
      เมื่อลบสระเบื้องปลายที่มีนิคคหิตอยู่หน้าแล้ว
      ถ้าพยัญชนะซ้อนเรียงกัน ๒ ตัว ลบเสียตัวหนึ่ง
      ต่อกันได้รูปเป็น เอวํสา
  • อะไรเรียกว่าสนธิ มีการต่อเท่าไร ? อะไรบ้าง ? 
    ตฺยาหํ และ อิธปฺปโมทติ ตัดต่ออย่างไร ? 
    • ตอบ วิธีต่อศัพท์และอักขระให้ต่อเนื่องกันด้วยอักขระ เพื่อจะย่นอักขระให้น้อยลง เป็นอุปการะในการแต่งฉันท์และให้คำพูดสละสลวย เรียกว่าสนธิ, มีการต่อ ๒ อย่าง คือต่อศัพท์ที่มีวิภัตติให้เนื่องด้วยศัพท์มีวิภัตติ เหมือน จตฺตาโร + อิเม ต่อเข้าเป็น จตฺตาโรเม เป็นตัวอย่าง ๑ ต่อบทสมาส ย่นอักขระให้น้อยอีกเหมือน กตอุปกาโร ต่อเข้าเป็น กโตปกาโร เป็นต้น อย่าง ๑
  • ทีฆะสนธิกิริโยปกรณ์ในสระสนธิ แบ่งเป็นเท่าไร อะไรบ้าง ?
    กึสูธ, สทฺธีธ ตัดต่ออย่างไร ?
    • ตอบ ทีฆะสนธกิริโยปกรณ์ ในสระสนธิ แบ่งเป็น ๒ คือ
      ทีฆะสระหน้าอย่าง ๑ ทีฆะสระหลังอย่าง ๑
      กึสูธ ตัดเป็น กึสุ-อิธ สระหน้าและหลังเป็นรัสสะมีรูปไม่เสมอกัน ลบได้ตัวหนึ่ง ในที่นี้ลบสระหลัง คือ อิ แล้วที่ฆะสระหน้า คือ อุ เป็น อู ต่อกันเป็น กึสูธ
      สทฺธีธ ตัดเป็น สทฺธา-อิธ สระหน้าเป็นทีฆะ สระหลังเป็นรัสสะ
      ลบสระหน้า คือ อา แล้วทีฆะสระหลัง คือ อิ เป็น อี ต่อกันเป็น สทฺธีธ
  • พยัญชนะอาคมมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    ในที่เช่นไร ? จึงลงอาคมได้ จงยกอุทาหรณ์มาดู
    • ตอบ พยัญชนะอาคม มี ๘ ตัว คือ ย ว ม ท น ต ร ฬ
      ในที่มีสระอยู่เบื้องหลังจึงลงอาคมได้ มีอุทาหรณ์ ดังนี้
      ย อาคม ยถา-อิทํ เป็น ยถายิทํ
      ว อาคม อุ-ทิกฺขติ เป็น วุทิกฺขติ
      ม อาคม ครุ-เอสฺสติ เป็น ครุเมสฺสติ
      ท อาคม อตฺต-อตฺโถ เป็น อตฺตทตฺโถ
      น อาคม อิโต-อายติ เป็น อิโตนายติ
      ต อาคม ตสฺมา-อิห เป็น ตสฺมาติห
      ร อาคม สพฺภิ-เอว เป็น สพฺภิเรว
      ฬ อาคม ฉ-อายนํ เป็น ฉฬายตนํ
      ในสัททนีติว่า ลง ห อาคมก็ได้ อุทาหรณ์ว่า
      สุ – อุชุ เป็น สุหุชุ
      สุ – อุฏฺฺฐิต เป็น สุหุฏฺฺฐิตํ
  • นิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ? ในที่เช่นไร ?
    จึงอาเทสนิคคหิตได้ จงชี้แจงพร้อมทั้งอุทาหรณ์ ฯ
    • ตอบ นิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๔ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑
      อาเทสนิคคหิต ได้ ในที่ต่อไปนี้ คือ
      ๑. เมื่อมีพยัญชนะอยู่หลัง นิคคหิตอยู่หน้า แปลงนิคคหิตเป็นพยัญชนะที่สุดวรรคได้ทั้ง ๕ ตัว ตามสมควรแก่พยัญชนะวรรคที่อยู่เบื้องหลัง ดังนี้
      เป็น ง อุทาหรณ์ว่า เอว -โข เป็น เอวงฺโข
      เป็น ญ อุทาหรณ์ว่า ธมฺม -จเร เป็น ธมฺมญฺจเร
      เป็น ณ อุทาหรณ์ว่า สํ-ฐิติ เป็น สณฺฐิติ
      เป็น น อุทาหรณ์ว่า ตํ -นิพฺพุตํ เป็น ตนฺนิพฺพุตํ
      เป็น ม อุทาหรณ์ว่า จิรํ -ปวาสึ เป็น จิรมฺปวาสึ
      ๒. ถ้า เอ และ ห อยู้เบื้องหลัง แปลงนิคคหิตป็น ญ ดังนี้
      ปจฺจตฺตํ-เอว เป็น ปจฺจตฺตญฺเญว
      เอวํ-หิ เป็น เอวญฺหิ
  • สนธิกิริโยปกรณ์คืออะไร ? มีเท่าไร ?
    ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    เฉพาะ สญฺโญโค มีวิการอย่างไร ฯ
    • ตอบ คือวิธีเป็นอุปการะแก่การทาสนธิ มี ๘ อย่าง
      ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค ๑ ฯ
      สญฺโญโค เป็น ๒ คือ
      ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกันอย่าง ๑
      ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปไม่เหมือนกันอย่าง ๑
      อุทาหรณ์ที่ต้นดังนี้
      อิธ-ปโมทติ เป็น อิธปฺปโมทติ,
      จาตุ-ทสี เป็น จาตุทฺทสี
      อุทาหรณ์ที่ ๒ นั้น เอาอักขระที่ ๑ ซ้อนหน้าอักขระที่ ๒
      เอาอักขระที่ ๓ ซ้อนหน้าอักขระที่ ๔ ดังนี้
      จตฺตาริ – ฐานานิ เป็น จตฺตาริฏฺฐานานิ,
      เอโสว จ – ฌานผโล เป็น เอโสวจชฺฌานผโล
  • ในบาลีภาษามีวิธีต่อศัพท์และ………..ให้เนื่องกันด้วย อักขระ เพื่อ……………….
    • ตอบ ในบาลีภาษามีวิธีต่อศัพท์และอักขระ ให้เนื่องกันด้วย อักขระ เพื่อ จะย่นอักขระให้น้อยลง
  • วิกาโร เป็น ๒ คือ……………….๑…………………………๑
    • ตอบ วิกาโร เป็น ๒ คือ วิการในเบื้องต้น ๑ วิการในเบื้อปลาย ๑
  • ฬ อาคม ฉ-อายตน เป็น……………………………….
    • ตอบ ฬ อาคม ฉ-อายตนํ เป็น ฉฬายนํ
  • ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    ยสฺสินฺทฺริยานิ ตัดต่ออย่างไร ?
    • ตอบ ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ เบื้องต้นครบทั้ง ๘
      ขาดแต่สญฺญฺโคอย่างเดียว คือ
      โลโป ลบ ๑ อาเทโส แปลง ๑ อาคโม ลงตัวอักษรใหม่ ๑
      วิกาโร ทำให้ผิดจากของเดิม ๑ ปกติ ปกติ ๑
      ทีโฆ ทำให้ยาว ๑ รสฺสํ ทำให้สั้น ๑
      ยสฺสินฺทฺริยานิ ตัดเป็น ยสฺส – อินฺทฺริยานิ
      ต่อโดยลบสระหน้า คือ อ ในที่สุดแห่งศัพท์ ยสฺส เสีย
      สนธิเป็น ยสฺสินฺทฺริยานิ 
  • ในนิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    อริยสจฺจานทสฺลนํ ตัดต่ออย่างไร ฯ
    • ตอบ ในนิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๔ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑
      อริยสจฺจานทสฺสนํ ตัดเป็น อริยสจฺจจานํ – ทสฺสนํ
      เมื่อมีสระหรือพยัญชนะอยู่เบื้องหลัง ลบนิคคหิตซึ่งอยู่หน้าบ้างก็ได้
      ต่อเป็น อรินสจฺจานทสฺสนํ
  • พยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    เอวํส ตัดต่ออย่างไร ?
    • ตอบ พยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค ๑
      เอวํส ตัดเป็น เอวํ – อสฺส ลบสระเบื้องปลายที่มีนิคคหิตอยู่หน้าแล้ว
      ถ้าพยัญชนะซ้อนเรียงกัน ๒ ตัว ลบเสียตัวหนึ่ง
  • ในสระสนธิ อาเทโส มี ๒ ………….. ๑ ……………….. ๑
    • ตอบ ในสระสนธิ อาเทโส มี ๒ คือ
      แปลงสระเบื้องหน้า ๑ แปลงสระเบื้องหลัง ๑
  • อาเทสพยัญชนะนั้น แปลง ท เป็น ต อุ. ว่า ………………
    • ตอบ อาเทสพยัญชนะนั้น แปลง ท เป็น ต อุ. ว่า สุคโท เป็น สุคโต
  • ถ้า เอ และ ห อยู่เบื้อง แปลงนิคคหิตเป็น ………………… ดังนี้
    ปจฺจตฺตํ -เอว เป็น …………………..
    • ตอบ ถ้า เอ และ ห อยู่เบื้อง แปลงนิคคหิตเป็น ญ ดังนี้
      ปจฺจตฺตํ -เอว เป็น ปจฺจตฺตญฺเญว ฯ
  • สนธิมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ สนธิมี ๓ คือ
      สระสนธิ ต่อสระ ๑
      พยัญชนะสนธิ ต่อพยัญชนะ ๑
      นิคคหิตสนธิ ต่อนิคคหิต ๑
  • ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค ๑
  • วิทูนคฺคํ ตัดต่ออย่างไร ?
    • ตอบ วิทูนคฺคํ ตัดเป็น วิทูนํ – อคฺคํ
      เมื่อสระหรือพยัญชนะเบื้องหลัง ลบนิคคหิตซึ่งอยู่หน้าบ้าง
      ต่อเป็น วิทูนคฺคํ
  • สนธิกิริโยปกรณ์ ๘ อย่าง ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ คือ โลโป ลบ ๑ อาเทโส แปลง ๑
      อาคโม ลงตัวอักษรใหม่ ๑
      วิกาโร ทำให้ผิดจากของเดิม ๑ ปกติ ๑
      ทีโฆ ทำให้ยาว ๑ รสฺสํ ทำให้สั้น ๑ สญฺโญโค ซ้อนตัว ๑
  • พยัญชนะอาคมมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ มี ๘ ตัว คือ ย ว ม ท น ต ร ฬ
  • ปจฺจตฺตญฺเญว ตัดต่ออย่างไร ?
    • ตอบ ปจฺจตฺตญฺเญว ตัดเป็น ปจฺจตฺตํ + เอว
      นิคคหิตอยู่หน้า เอ อยู่เบื้องหลัง
      แปลงนิคคหิตเป็น ญ ต่อเป็น ปจฺจตฺตญฺญว
  • ในสระสนธิ อาคโม ลงตัวอักษรใหม่ ย่อมลงได้กรณีใดบ้าง ?
    และ ยถายิทํ ตัดต่ออย่างไร ?
    • ตอบ ถ้าสระ โอ อยู่หน้า พยัญชนะอยู่หลัง, ลง โอ เสีย,
      แล้วลง อ อาคมได้บ้าง อุทาหรณ์ว่า โส – สีลวา เป็น สสีลวา,
      พยัญชนะอยู่เบื้องปลาย ลง โอ อาคม ได้บ้าง อุทาหรณ์ว่า
      ปร – สหสฺสํ ลบ อ ที่สุด แห่ง ปร ศัพท์ แล้วลง โอ อาคม เป็น ปโรสหสฺสํ
      และ ยถาทิทํ ตัดเป็น ยถา – อิทํ ถ้าสระอยู่เบื้องหลัง ลง ย อาคมได้
      ยถา-อิทํ ต่อเป็น ยถายิทํ
  • พยัญชนะอาคมมีเท่าไร อะไรบ้าง ?
    อภินนฺทุนฺติ  อิโตนายติ  ตนฺนิพฺพุตํ ตัดต่ออย่างไร ?
    • ตอบ พยัญชนะอาคม มี ๘ ตัว คือ ย ว ม ท น ต ร ฬ
      อภินนฺทุนฺติ ตัดเป็น อภินนฺทุํ + อิติ นิคคหิตอยู่หน้า ลบสระเบื้องปลายได้บ้าง (แปลนิคคหิตเป็นพยัญชนะที่สุดวรรค ของพยัญชนะที่อยู่หลังคือ ต) ต่อเป็น อภินนฺทุนฺติ
      อิโตนายติ ตัดเป็น อิโต + อายติ ถ้าสระอยู่เบื้องหลังลง น อาคม ต่อเป็น อิโตนายติ
      ตนฺนิพฺพุตํ ตัดเป็น ตํ + นิพฺพุตํ เมื่อมีพยัญชนะอยู่หลังนิคคหิตอยู่หน้า แปลงนิคคหิตเป็นพยัณชนะที่สุดวรรคได้ แปลงนิคคหิตเป็น น ต่อเป็น ตนฺนิพฺพุตํ
  • พยัญชนะสนธิได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร อะไรบ้าง ฯ
    เอตทโวจ, สทฺธีธ, อิธปฺปโมทติ ตัดต่ออย่างไร ฯ
    • ตอบ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค ๑
      เอตทโวจ ตัดเป็น เอตํ – อโวจ
      ถ้าสระอยู่เบื้องปลาย แปลง นิคคหิตเป็น ท ต่อเป็น เอตทโวจ
      สทฺธีธ ตัดเป็น สทฺธา – อิธ
      ถ้าสระหน้าเป็นทีฆะสระเบื้องปลายเป็นรัสสะ
      ถ้าลบแล้วต้องทีฆะสระหลัง ต่อเป็น สทฺธีธ
      อิธปฺปโมทติ ตัดเป็น อิธ–ปโมทติ
      ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกัน ต่อเป็นอิธปฺปโมทติ
  • ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์คืออะไรบ้าง ?
    อิจฺเจวํ , อวํสิโร, จาตุทฺทสี เป็นสนธิอะไร ? ตัดและต่ออย่างไร ?
    • ตอบ ได้สนธิกิริยโยปกรณ์ ๕ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สัญโญโค ๑
      อิจฺเจวํ เป็นอาเทสพยัญชนะสนธิ
      ตัดเป็น อิติ-เอวํ ถ้าสระอยู่หลังแปลง ติ ที่ท่านทำเป็น ตฺย
      แล้วให้เป็น จฺจ สาเร็จรูปเป็น อิจฺเจวํ
      อวํสิโร เป็นนิคคหิตอาคมสนธิ ตัดเป็น อว-สิโร
      เมื่อสระก็ดี พยัญชนะก็ดี อยู่เบื้องหลัง ลงนิคคหิตอาคมได้บ้าง
      สาเร็จรูปเป็น อวํสิโร
      จาตุทฺทสี เป็นสัญโญคพยัญชนะสนธิ
      ตัดเป็น จาตุ-ทสี ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปเสมอกัน
      สำเร็จรูปเป็น จาตุทฺทสี
  • การต่ออักขระด้วยอักขระนั้น จัดเป็นกี่อย่าง คืออะไรบ้าง ?
    อคฺยาคารํ, เอกมิทาหํ, เอตทโวจ เป็นสนธิอะไร ตัดและต่ออย่างไร ?
    • ตอบ จัดเป็น ๒ อย่าง คือ
      ต่อศัพท์ที่มีวิภัตติให้เนื่องด้วยศัพท์ที่มีวิภัตติ เหมือน
      จตฺตาโร – อิเม ต่อเข้าเป็น จตฺตาโรเม เป็นต้น อย่าง ๑,
      ต่อบทสมาส ย่นอักษรให้น้อยอีก เหมือน
      กต – อุปกาโร ต่อเข้าเป็น กโตปกาโร เป็นต้น อย่าง ๑
      อคฺยาคารํ เป็นอาเทสสระสนธิ คือ แปลงสระหน้า
      ตัดเป็น อคฺคิ-อคารํ แปลง อิ สระหน้า เป็น ย
      แล้วลบพยัญชนะที่ซ้อนกัน ๓ ตัว ทิ้งเสียงตัวหนึ่ง คือ
      ลบตัว ค ต่อเข้าเป็น อคฺยาคารํ
      เอกมิทาหํ เป็นอาเทสพยัญชนะสนธิ
      แยกเป็น เอก – อิธ – อหํ (เอก อยู่หน้า)
      แปลง ธ เป็น ท ต่อเข้าเป็น เอกมิทาหํ
      เอตทโวจ เป็นอาเทสนิคคหิตสนธิ แยกเป็น เอตํ – อโวจ
      แปลงนิคคหิตเป็น ท ต่อเข้า เป็น เอตทโวจ
  • สนธิกิริโยปกรณ์ วิธีเป็นอุปการะแก่การทำสนธิมีกี่อย่าง ? คืออะไรบ้าง  ?
    อตฺตทตฺโถ และ ธมฺมญฺจเร เป็นสนธิอะไร ? ตัดและต่ออย่างไร ?
    • ตอบ สนธิกิริโยปกรณ์ มี ๘ อย่าง คือ
      โลโป ลบ ๑ อาเทโส แปลง ๑ อาคโม ลงอักษรใหม่ ๑
      วิกาโร ทำให้ผิดจากของเดิม ๑ ปกติ ปรกติ ๑
      ทีโฆ ทำให้ยาว ๑ รสฺสํ ทำให้สั้น ๑ สญฺโญโค ซ้อนตัว ๑
      อตฺตทตฺโถ เป็นอาคมพยัญชนะสนธิ
      ตัดเป็น อตฺต – อตฺโถ ลง ท อาคม ต่อเป็น อตฺตทตฺโถ
      ธมฺมญฺจเร เป็นอาเทสนิคคหิตสนธิ
      ตัดเป็น ธมฺมํ – จเร แปลง นิคคหิตเป็น ญ ต่อเป็น ธมฺมญฺจเร
  • การต่ออักขระด้วยอักขระนั้น จัดเป็นกี่อย่าง คืออะไรบ้าง ?
    ปโรสหสฺส , อิจฺเจว , ยถายิท เป็นสนธิอะไร ตัดต่ออย่างไร ?
    • ตอบ การต่ออักขระด้วยอักขระนั้น จัดเป็น ๓ คือ
      สระ สนธิ ต่อสระ ๑
      พยัญชนะสนธิ ต่อพยัญชนะ ๑
      นิคคหิตสนธิ ต่อนิคคหิต ๑
      ปโรสหสฺสํ เป็น อาคมสนธิ
      ตัดเป็น ปร – สหสฺสํ ลบ อ ที่สุดแห่ง ปร ศัพท์ แล้วลง โอ อาคม
      ต่อเป็น ปโรสหสฺสํ
      อิจฺเจวํ เป็น อาเทสพยัญชนะสนธิ
      ตัดเป็น อิติ – เอวํ สระอยู่หลัง แปลง ติ ที่ท่าน ทำเป็น ตฺย
      แล้วให้เป็น จฺจ ต่อเป็น อิจฺเจวํ
      ยถายิทํ เป็น อาคมพยัญชนะสนธิ ตัดเป็น ยถา – อิทํ
      สระอยู่เบื้องหลัง ลง ย อาคม ต่อเป็น ยถายิทํ
  • พยัญชนะอาคมมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    ในที่เช่นไรจึงลงอาคมได้ ? จงยกตัวอย่างมาดู ?
    • ตอบ พยัญชนะอาคมมี ๘ ตัว คือ ย ว ม ท น ต ร ฬ
      ถ้าสระอยู่เบื้องหลังลงอาคมได้ ตัวอย่างเช่น
      ลง ย อาคม ยถา – อิทํ เป็น ยถายิทํ
      ลง ว อาคม อุ – ทิกฺขติ เป็น วุทิกฺขติ เป็นต้น
  • ในบาลีภาษามีวิธีต่ออะไร ให้เนื่องกันด้วยอะไร เพื่อประโยชน์อะไร ?
    เอตทโวจ , ตสฺมาติห เป็นสนธิอะไร ตัดและต่ออย่างไร ?
    • ตอบ ในบาลีภาษา มีวิธีต่อศัพท์และอักขระ ให้เนื่องกันด้วยอักขระ
      เพื่อประโยชน์ จะย่นอักขระให้น้อยลง เป็นอุปการะในการแต่งฉันท์
      และให้คำพูดสละสลวย
      เอตทโวจ เป็นอาเทสนิคคหิตสนธิ ตัดเป็น เอตํ – อโวจ
      ถ้าสระอยู่เบื้องปลาย แปลงนิคคหิต ม และ ท ต่อเป็น เอตทโวจ
      ตสฺมาติห เป็นอาคมพยัญชนะสนธิ ตัดเป็น ตสฺมา – อิห
      ลง ต อาคม ต่อเป็น ตสฺมาติห
  • ใน……………สนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์…………………..ครบทั้ง…….
    ขาดแต่……………………….อย่างเดียว ?
    • ตอบ ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เบื้องต้นครบทั้ง ๘
      ขาดแต่ สญฺโญโค อย่างเดียว
  • ในนิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    ตาสาหํ เป็นสนธิอะไร ?
    ตัดและต่ออย่างไร ?
    • ตอบ ในนิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๔ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑
      ตาสาหํ เป็นโลปนิคคหิตสนธิ ตัดเป็น ตาสํ – อหํ
      และต่อเป็น ตาสาหํ
  • ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร อะไรบ้าง ?
    อิจฺเจวํ เป็นสนธิอะไร ตัดและต่ออย่างไร ?
    • ตอบ ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ
      โลโป ลบ ๑ อาเทโส แปลง ๑ อาคโม ลงตัวอักษรใหม่ ๑
      ปกติ ปรกติ ๑ สญฺโญโค ซ้อนพยัญชนะ ๑
      อิจฺเจวํ เป็นอาเทสสนธิ ตัดเป็น อิติ – เอวํ
      ถ้าสระอยู่หลังแปลง ติ ที่ท่านทำเป็น ตฺย แล้ว ให้เป็น จฺจ
      ต่อเป็น อิจฺเจวํ
  • อาเทสสนธิกิริโยปกรณ์ในสระสนธิ แบ่งเป็นเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    โนเหตํ เป็นสนธิอะไร ? ตัดและต่ออย่างไร ?
    • ตอบ อาเทสสนธิกิริโยปกรณ์ในสระสนธิ แบ่งเป็น ๒ คือ
      แปลงสระเบื้องหน้า ๑ แปลงสระเบื้องหลัง ๑
      โนเหตํ เป็นสระสนธิ ตัดเป็น โนหิ – เอตํ
      ลบสระหน้า คือ อิ ที่สุดแห่งศัพท์ โนหิ เสีย
      ต่อเป็น โนเหตํ
  • อะไรเรียกว่าสนธิ ? ในสนธิ การต่อมี ๒ อย่าง อะไรบ้าง ?
    จงตอบพร้อมทั้งยกตัวอย่าง มาประกอบด้วย ?
    • ตอบ ในภาษาบาลี มีวิธีต่อศัพท์และอักขระให้เนื่องด้วยอักขระ
      เพื่อจะย่นอักขระให้น้อยลง เป็นอุปการะในการแต่งฉันท์และให้คำพูดสละสลวย เรียกว่าสนธิ
      ในสนธิ การต่อมี ๒ อย่าง คือ
      ต่อศัพท์ที่มีวิภัตติให้เนื่องด้วยศัพท์ที่มีวิภัตติ เหมือน
      จตฺตาโร – อิเม ต่อเข้าเป็น จตฺตาโรเม เป็นต้น อย่าง ๑
      ต่อบทสมาสย่ออักษรให้น้อยลง เหมือน
      กต – อุปกาโร ต่อเข้าเป็น กโตปกาโร เป็นต้น อย่าง ๑
  • สนธิกิริโยปกรณ์คืออะไร ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ สนธิกิริโยปกรณ์ คือ วิธีเป็นอุปการะแก่การทำสนธิ มี ๘ อย่าง คือ
      โลโป ลบ ๑ อาเทโส แปลง ๑ อาคโม ลงตัวอักษรใหม่ ๑
      วิกาโร ทำให้ผิดจากของเดิม ๑ ปกติ ปรกติ ๑
      ทีโฆ ทำให้ยาว ๑ รสฺสํ ทำให้สั้น ๑ สญฺโญโค ซ้อนตัวอักษร ๑
  • อะไรเรียกว่าสนธิ ?
    • ตอบ วิธีต่อศัพท์และอักขระให้เนื่องกันด้วยอักขระ
      เพื่อจะย่นอักขระให้น้อยลง เป็นอุปการะในการแต่งฉันท์
      และให้คำพูดสละสลวย เรียกว่า สนธิ
  • ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค ๑
  • ในสระสนธิ อาเทโส มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ ในสระสนธิ อาเทโส มี ๒ คือ
      แปลงสระเบื้องหน้า ๑
      แปลงสระเบื้องหลัง ๑
  • ในนิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ ในนิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปปกรณ์ ๔ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑
  • สนธิกิริโยปกรณ์คืออะไร ?
    ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ สนธิกิริโยปกรณ์คือ วิธีที่เป็นอุปการะแก่การทำสนธิ
      ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๗ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ วิกาโร ๑ ปกติ ๑ ทีโฆ ๑ รสฺสํ ๑
  • สนธิ มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ สนธิ มี ๓  คือ สระสนธิ ๑ พยัญชนะสนธิ ๑ นิคคหิตสนธิ ๑
  • พยัญชนะอาคม มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ มี ๘ ตัว  คือ ย ว ม ท น ต ร ฬ ฯ
  • อาเทสในสระสนธิมีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
    ธมฺมญฺจเร เป็นสนธิอะไร ?
    • ตอบ อาเทสในสระสนธิ มี ๒ อย่าง คือ
      แปลงสระหน้า ๑ แปลงสระหลัง ๑
      ธมฺมญฺจเร เป็นอาเทสนิคคหิตสนธิ
  • ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    โนเหตํ เป็นสนธิอะไร ?
    • ตอบ ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๗ อย่าง คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ วิกาโร ๑ ปกติ ๑ ทีโฆ ๑ รสฺสํ ๑
      โนเหตํ เป็น โลโปสระสนธิ
  • ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    อิธปฺปโมทติ เป็นสนธิอะไร ?
    • ตอบ ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ อย่าง คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค
      อิธปฺปโมทติ เป็น สญฺโญโค พยัญชนะสนธิ
  • ในนิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    เอตทโวจ เป็นสนธิอะไร ?
    • ตอบ ในนิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๔ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑
      เอตทโวจ เป็นอาเทสนิคคหิตสนธิ
  • ในสระสนธิ วิกาโร มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    พุทฺธานสาสนํ เป็นสนธิอะไร ?
    • ตอบ ในสระสนธิ วิกาโร มี ๒ คือ
      วิการในเบื้องต้น ๑ วิการในเบื้องปลาย ๑
      พุทฺธานสาสนํ เป็น โลปนิคคหิตสนธิ
  • สนธิกิริโยปกรณ์ คืออะไร ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ สนธิกิริโยปกรณ์ คือ วิธีเป็นอุปการะแก่การทำสนธิ มี ๘ อย่าง คือ
      โลโป ลบ ๑ อาเทโส แปลง ๑ อาคโม ลงอักษรตัวใหม่ ๑
      วิกาโร ทำให้ผิดจากเดิม ๑ ปกติ ปรกติ ๑
      ทีโฆ ทำให้ยาว ๑ รสฺสํ ทำให้สั้น ๑
      สญฺโญโค ซ้อนตัว ๑
  • ในพยัญชนะสนธิ สญฺโญโค มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    จาตุทฺทสี, อิธปฺปโมทติ จัดเป็นอย่างไหน ?
    • ตอบ ในพยัญชนะสนธิ สญฺโญโค มี ๒ อย่าง คือ
      ซ้อนหน้าพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกันอย่าง ๑
      ซ้อนหน้าพยัญชนะที่มีรูปไม่เหมือนกันอย่าง ๑
      จาตุทฺทสี จัดเป็นซ้อนหน้าพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกัน
      อิธปฺปโมทติ จัดเป็นซ้อนหน้าพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกัน
  • อะไรเรียกว่าสนธิ ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ ในบาลีภาษานั้น มีวิธีต่อศัพท์และอักขระให้เนื่องกันด้วยอักขระ เพื่อจะย่นอักขระให้น้อยลง เป็นอุปการะในการแต่งฉันท์และให้คำพูดสละสรวย เรียกว่า สนธิ มี ๓ อย่าง คือ
      สระสนธิ ต่อสระ ๑
      พยัญชนะสนธิ ต่อพยัญชนะ ๑
      นิคคหิตสนธิ ต่อนิคคหิต ๑
  • ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๗ คือ
      โลโป ลบ ๑
      อาเทโส แปลง ๑
      อาคโม ลงตัวอักษรใหม่ ๑
      วิกาโร ทำให้ผิดจากของเดิม ๑
      ปกติ ปกติ ๑
      ทีโฆ ทำให้ยาว ๑
      รสฺสํ ทำให้สั้น ๑
  • การต่ออักขระด้วยอักขระนั้น จัดเป็นกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ การต่ออักขระด้วยอักขระนั้น จัดเป็น ๓ อย่าง คือ
      สระสนธิ ต่อสระ ๑
      พยัญชนะสนธิ ต่อพยัญชนะ ๑
      นิคคหิตสนธิ ต่อนิคคหิต ๑
  • ในสระสนธิ โลโป มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    จตฺตาโรเม, โนเหตํ จัดเป็นอย่างไหน ?
    • ตอบ ในสระสนธิ โลโป มี ๒ คือ
      ลบสระหน้า ๑ ลบสระหลัง ๑
      จตฺตาโรเม จัดเป็นลบสระหลัง
      โนเหตํ จัดเป็นลบสระหน้า
  • ในนิคคหิตสนธิ พุทฺธานสาสนํ จัดเป็นสนธิชนิดใด ?
    • ตอบ ในนิคคหิตสนธิ พุทฺธานสาสนํ จัดเป็น โลโป นิคคหิตสนธิ
  • ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้า ง ?
    ฉฬายตนํ จัดเป็นชนิดไหน ?
    • ตอบ ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค ๑
      ฉฬายตนํ จัดเป็น อาคโม พยัญชนะสนธิ
  • พยัญชนะอาคม มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? ในที่เช่นไร จึงลงอาคมได้ ?
    อิโตนายติ, สพฺภิเรว ลงอาคมตัวไหน ?
    • ตอบ พยัญชนะอาคมมี ๘ ตัว คือ ย ว ม ท น ต ร ฬ
      และ ในที่มีสระอยู่เบื้องหลัง จึงลงอาคมได้
      อิโตนายติ ลง น อาคม,
      สพฺภิเรว ลง ร อาคม
  • ทีฆะสนธิกิริโยปกรณ์ ในสระสนธิ แบ่งเป็นเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    กึสูธ, สทฺธีธ, จูภยํ จัดเป็นอย่างไหน ?
    • ตอบ ทีฆะสนธิกิริโยปกรณ์ในสระสนธิ แบ่งเป็น ๒ คือ
      ทีฆะสระหน้าอย่าง ๑ ทีฆะสระหลังอย่าง ๑
      กึสูธ จัดเป็นทีฆะ สระหน้า
      สทฺธีธ จัดเป็นทีฆะ สระหลัง
      จูภยํ จัดเป็นทีฆะ สระหลัง
  • โลโป ในนิคคหิตสนธินั้น จะลบนิคคหิตได้ในที่เช่นไร ?
    จงยกอุทาหรณ์ มาประกอบด้วย ?
    • ตอบ โลโป ในนิคคหิตสนธินั้น จะลบนิคคหิตได้ในที่เช่นนี้ คือ
      เมื่อมีสระหรือพยัญชนะอยู่เบื้องหลัง ลบนิคคหิตซึ่งอยู่หน้าบ้าง
      มีอุทาหรณ์ว่า
      ตาสํ -อหํ เป็น ตาสาหํ
      อริยสจฺจานํ -ทสฺสนํ เป็น อริยสจฺจานทสฺสนํ
  • สญฺโญโค ในพยัญชนะสนธิ แบ่งเป็นเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    เอตทโวจ, อิธปฺปโมทติ ตัดและต่ออย่างไร ?
    • ตอบ สญฺโญโค ในพยัญชนะสนธิแบ่งเป็น ๒ คือ
      ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกันอย่าง ๑
      ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปไม่เหมือนกันอย่าง ๑
      เอตทโวจ ตัดเป็น เอตํ -อโวจ
      ถ้ามีนิคคหิตอยู่หน้า สระอยู่เบื้องปลาย แปลงนิคคหิตเป็น ท
      ต่อเป็น เอตทโวจ,
      อิธปฺปโมทติ ตัดเป็น อิธ-ปโมทติ ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกัน
      ต่อเป็น อิธปฺปโมทติ
  • ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    อคฺยาคารํ ตัดและต่ออย่างไร ?
    • ตอบ ในสระสนธิได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๗ อย่าง คือ
      โลโป ลบ ๑ อาเทโส แปลง ๑ อาคโม ลงตัวอักษรใหม่ ๑
      วิกาโร ทำให้ผิดจากของเดิม ๑ ปกติ ปรกติ ๑
      ทีโฆ ทำให้ยาว ๑ รสฺสํ ทำให้สั้น ๑
      อคฺยาคารํ ตัดเป็น อคฺคิ – อคารํ
      ถ้า อิ อยู่หน้า มีสระอยู่เบื้องหลัง แปลง อิ ตัวหน้าเป็น ย
      ถ้าพยัญชนะ ซ้อนกัน ๒ ตัว ลบพยัญชนะที่มีรูปเสมอกันเสียตัวหนึ่ง ต่อเป็น อคฺยาคารํ
  • ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ฯ อะไรบ้าง ฯ อภินนฺทุนฺติ และธมฺมญฺจเร ตัดและต่ออย่างไร ฯ
    • ตอบ ในพยัญชนะสนธิได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค ๑
      อภินนฺทุนฺติ ตัดเป็น อภินนฺทุํ – อิติ
      นิคคหิตอยู่หน้าลบสระเบื้องปลายได้บ้าง แปลงนิคคหิต เป็น น
      ต่อเป็น อภินนฺทุนฺติ
      ธมฺมญฺจเร ตัดเป็น ธมฺมํ -จเร เมื่อมีพยัญชนะอยู่หลังนิคคหิตอยู่หน้า
      แปลงนิคคหิต เป็นพยัญชนะที่สุดวรรคได้
      ต่อเป็น ธมฺมญฺจเร
  • สนธิ มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    โนเหตํ และ อิธปฺปโมทติ ตัดและต่ออย่างไร ?
    • ตอบ สนธิมี ๓ คือ
      สระสนธิ ต่อสระ ๑
      พยัญชนะสนธิ ต่อพยัญชนะ ๑ 
      นิคคหิตสนธิ ต่อนิคหิต ๑
      มีวิธีตัดและต่ออย่างนี้
      โนเหตํ ตัดเป็น โนหิ–เอตํ
      ลบสระหน้าคือ อิ ที่สุดแห่งศัพท์ โนหิ เสีย ต่อเป็น โนเหตํ
      อิธปฺปโมทติ ตัดเป็น อิธ–ปโมทติ
      ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกันต่อเป็น อิธปฺปโมทติ
  • เติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังนี้
    ก. สาธุ + อิติ สนธิเป็น……………………………………….?
    ข. อคฺคิ + อคารํ สนธิเป็น……………………………………….?
    ค. จตฺตาโรเม ตัดบทเป็น…………………………………….?
    ฆ. เอตทโวจ ตัดบทเป็น…………………………………….?
    ง. วิกาโร แบ่งเป็น ๒ คือ ………………………………………………?
    • ตอบ เติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังนี้
      ก. สาธุ + อิติ สนธิเป็น สาธูติ
      ข. อคฺคิ + อคารํ สนธิเป็น อคฺยาคารํ
      ค. จตฺตาโรเม ตัดบทเป็น จตฺตาโร – อิเม
      ฆ. เอตทโวจ ตัดบทเป็น เอตํ – อโวจ
      ง. วิกาโร แบ่งเป็น ๒ คือ วิการในเบื้องต้น ๑ วิการในเบื้องปลาย ๑
  • เติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังนี้
    ก. โนหิ + เอตํ สนธิเป็น…………………….?
    ข. ธมฺมํ + จเร สนธิเป็น…………………….?
    ค. มฺยายํ ตัดบทเป็น………………………..?
    ฆ. ตาสาหํ ตัดบทเป็น………………………?
    ง. นิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๔ คือ………………………..?
    • ตอบ ได้เติมคาที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังต่อไปนี้
      ก. โนหิ + เอตํ สนธิเป็น โนเหตํ
      ข. ธมฺมํ + จเร สนธิเป็น ธมฺมญฺจเร
      ค. มฺยายํ ตัดบทเป็น เม-อยํ
      ฆ. ตาสาหํ ตัดบทเป็น ตาสํ -อหํ
      ง. นิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๔ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑
  • เติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังนี้
    ก. วิทูนํ + อคฺคํ สนธิเป็น…………………………………………….
    ข. ยสฺส + อินฺทฺริยานิ สนธิเป็น……………………………………..
    ค. ตฺยาหํ ตัดบทเป็น…………………………………………………
    ฆ. ปจฺจตฺตญฺเญว ตัดบทเป็น……………………………………….
    ง. สญฺโญโค แบ่งเป็น ๒ คือ………………………………………..
    • ตอบ เติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังนี้
      ก. วิทูนํ + อคฺคํ สนธิเป็น วิทูนคฺคํ
      ข. ยสฺส + อินฺทฺริยานิ สนธิเป็น ยสฺสินฺทฺริยานิ
      ค. ตฺยาหํ ตัดบทเป็น เต + อหํ
      ฆ. ปจฺจตฺตญฺเญว ตัดบทเป็น ปจฺจตฺตํ + เอว
      ง. สญฺโญโค แบ่งเป็น ๒ คือ
      ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกันอย่าง ๑
      ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปไม่เหมือนกันอย่าง ๑
  • ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ?  อะไรบ้าง ?
    อถขฺวสฺส ตัดและต่ออย่างไร ฯ
    • ตอบ ในสระสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ครบทั้ง ๘ อย่าง
      ขาดแต่ สญฺโญโค อย่างเดียว คือ
      โลโป ลบ ๑ อาเทโส แปลง ๑ อาคโม ลงตัวอักษรใหม่ ๑
      วิกาโร ทำให้ผิดจากของเดิม ๑ ปกติ ปกติ ๑
      ทีโฆ ทำให้ยาว ๑ รสฺสํ ทำให้สั้น ๑
      อถขฺวสฺส ตัดเป็น อถโข – อสฺส
      เอา โอ ที่ อถโข เป็น ว ต่อเป็น อถขฺวสฺส
  • เติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังนี้
    ก. สทฺธา + อิธ สนธิเป็น ………………………………………….
    ข. ปจฺจจตฺตํ + เอว สนธิเป็น………………………………………
    ค. เอตทโวจ ตัดบทเป็น…………………………………………..
    ฆ. อิจฺเจวํ ตัดบทเป็น………………………………………………
    ง. ในพยัญชนะสนธิ สญฺโญโค มี ๒ อย่ําง คือ…………………..
    • ตอบ เติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังนี้
      ก. สทฺธา + อิธ สนธิเป็น สทฺธีธ
      ข. ปจฺจจตฺตํ + เอว สนธิเป็น ปจฺจตฺตญฺเญว
      ค. เอตทโวจ ตัดบทเป็น เอตํ – อโวจ
      ฆ. อิจฺเจวํ ตัดบทเป็น อิติ – เอวํ
      ง. ในพยัญชนะสนธิ สญฺโญโค มี ๒ อย่ําง คือ
      ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกันอย่ําง ๑
      ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปไม่เหมือนกันอย่ําง ๑
  • เติมคำที่ถูกต้องในช่องว่างต่อไปนี้
    ก. กินฺนุ + อิมา สนธิเป็น ……………………………………………..
    ข. ปฏิสณฺฐารวุตฺติ + อสฺส สนธิเป็น ………………………………..
    ค. เอตทโวจ ตัดบทเป็น ……………………………………………..
    ฆ. ตถริว ตัดบทเป็น …………………………………………………..
    ง. ในสระสนธิ ทีฆํ เป็น ๒ คือ ……………………………………….
    • ตอบ เติมคำที่ถูกต้องในช่องว่างต่อไปนี้
      ก. กินฺนุ + อิมา สนธิเป็น กินฺนุมา
      ข. ปฏิสณฺฐารวุตฺติ + อสฺส สนธิเป็น ปฏิสณฺฐารวุตฺยสฺส
      ค. เอตทโวจ ตัดบทเป็น เอตํ + อโวจ
      ฆ. ตถริว ตัดบทเป็น ตถา + เอว
      ง. ในสระสนธิ ทีฆํ เป็น ๒ คือ 
      ทีฆะสระหน้าอย่าง ๑  ทีฆะสระหลังอย่าง ๑
  • จงเติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่างต่อไปนี้
    ก. อภินนฺทุํ + อิติ สนธิเป็น………………….
    ข. อคฺคิ + อาคารํ สนธิเป็น………………….
    ค. เอตทโวจ ตัดบทเป็น……………………..
    ฆ. สาธูติ ตัดบทเป็น………………………….
    ง. สญฺโญโค แบ่งเป็น ๒ คือ…………………
    • ตอบ ได้เติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังต่อไปนี้
      ก. อภินนฺทุํ + อิติ สนธิเป็น อภินนฺทุนฺติ
      ข. อคฺคิ + อคารํ สนธิเป็น อคฺยาคารํ
      ค. เอตทโวจ ตัดบทเป็น เอตํ-อโวจ
      ฆ. สาธูติ ตัดบทเป็น สาธุ-อิติ
      ง. สญฺโญโค แบ่งเป็น ๒ คือ
      ซ้อนพยัญชนะที่มีรูปเหมือนกันอย่าง ๑
      ซ้อนพยัญชนะที่มีรูป
      ไม่เหมือนกันอย่าง ๑
  • ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์เท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    วิทูนคฺคํ, อภินนฺทุนฺติ ตัดและต่ออย่างไร ?
    • ตอบ ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค ๑
      วิทูนคฺคํ ตัดเป็น วิทูนํ-อคฺคํ
      เมื่อมีสระหรือพยัญชนะอยู่เบื้องหลัง ลบนิคคหิตซึ่งอยู่หน้าได้บ้าง
      ต่อกันเป็น วิทูนคฺคํ
      อภินนฺทุนฺติ ตัดเป็น อภินนฺทุํ-อิติ
      นิคคหิตอยู่หน้า ลบสระเบื้องปลายได้บ้าง
      หรือนิคคหิตอยู่
      หน้า ลบสระเบื้องปลาย แปลงนิคคหิต เป็น น
      ต่อเป็น อภินนฺทุนฺติ
  • จงเติมคําที่ถูกต้องลงในช่องว่างต่อไปนี้
    ก. สเมตุ + อายสฺมา สนธิเป็น ………………………………..
    ข. พนฺธุสฺส + อิว สนธิเป็น …………………………………….
    ค. ตฺยาหํ ตัดบทเป็น ……………………………………………
    ฆ. อิจฺเจวํ ตัดบทเป็น …………………………………………..
    ง. พยัญชนะอาคม ๘ ตัว คือ ………………………………….
    • ตอบ ได้เติมคําที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังต่อไปนี้
      ก. สเมตุ + อายสฺมา สนธิเป็น สเมตายสฺมา
      ข. พนฺธุสฺส + อิว สนธิเป็น พนฺธุสฺเสว
      ค. ตฺยาหํ ตัดบทเป็น เต-อหํ
      ฆ. อิจฺเจวํ ตัดบทเป็น อิติ-เอวํ
      ง. พยัญชนะอาคม ๘ ตัว คือ ย ว ม ท น ต ร ฬ
  • จงเติมคําที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังต่อไปนี้
    ก. จตฺตาโร + อิเม สนธิเป็น…………………………………………..
    ข. เอตํ + อโวจ สนธิเป็น……………………………………………….
    ค. อถขฺวสฺส ตัดบทเป็น………………………………………………..
    ฆ. อิธปฺปโมทติ ตัดบทเป็น…………………………………………….
    ง. ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ…………………….
    • ตอบ ได้เติมคําที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังต่อไปนี้
      ก. จตฺตาโร + อิเม สนธิเป็น จตฺตาโรเม
      ข. เอตํ + อโวจ สนธิเป็น เอตทโวจ
      ค. อถขฺวสฺส ตัดบทเป็น อถโข-อสฺส
      ฆ. อิธปฺปโมทติ ตัดบทเป็น อิธ-ปโมทติ
      ง. ในพยัญชนะสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๕ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑ สญฺโญโค ๑
  • จงเติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่างต่อไปนี้
    ก. จตูหิ + อปาเยหิ สนธิเป็น …………………………………..
    ข. ตํ + นิพฺพุตํ สนธิเป็น ………………………………………..
    ค. จกฺขฺวาปาถํ ตัดบทเป็น ………………………………………
    ฆ. อิธปฺปโมทติ ตัดบทเป็น ……………………………………..
    ง. ในนิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๔ คือ …………………
    • ตอบ ได้เติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังต่อไปนี้
      ก. จตูหิ + อปาเยหิ สนธิเป็น จตูหปาเยหิ
      ข. ตํ + นิพฺพุตํ สนธิเป็น ตนฺนิพฺพุตํ
      ค. จกฺขฺวาปาถํ ตัดบทเป็น จกฺขุ-อาปาถํ
      ฆ. อิทปฺปโมทติ ตัดบทเป็น อิธ-ปโมทติ
      ง. ในนิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๔ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑
  • จงเติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่างต่อไปนี้
    ก. เม + อยํ สนธิเป็น…………………………….…….……….
    ข. ปจฺจตฺตํ + เอว สนธิเป็น……………………………………

    ค. ตาสาหํ ตัดบทเป็น………………………………………….
    ฆ. สพฺภิเรว ตัดบทเป็น……………………….…………….…..
    ง. ในสระสนธิ โลโป ที่ต้นมี ๒ คือ…………………………….
    • ตอบ ได้เติมคําที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังต่อไปนี้
      ก. เม + อยํ สนธิเป็น มฺยายํ
      ข. ปจฺจตฺตํ + เอว สนธิเป็น ปจฺจตฺตญฺเญว
      ค. ตาสาหํ ตัดบทเป็น ตาสํ-อหํ
      ฆ. สพฺภิเรว ตัดบทเป็น สพฺภิ-เอว
      ง. ในสระสนธิ โลโป ที่ต้นมี ๒ คือ
      ลบสระหน้า ๑ ลบสระหลัง ๑
  • จงเติมคําที่ถูกต้องลงในช่องว่างต่อไปนี้
    ก. กินฺนุ + อิมา สนธิเป็น……………………………………….
    ข. ปฏิสณฺฐารวุตฺติ + อสฺส สนธิเป็น……………………………

    ค. เอตทโวจ ตัดบทเป็น……………………………………….
    ฆ. ตถริว ตัดบทเป็น……………………………………………
    ง. ในสระสนธิ ทีฆํ เป็น ๒ คือ…………………………………
    • ตอบ ได้เติมคําที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังต่อไปนี้
      ก. กินฺนุ + อิมา สนธิเป็น กินฺนุมา
      ข. ปฏิสณฺฐารวุตฺติ + อสฺส สนธิเป็น ปฏิสณฺฐารวุตฺยสฺส
      ค. เอตทโวจ ตัดบทเป็น เอตํ-อโวจ
      ฆ. ตถริว ตัดบทเป็น ตถา-เอว
      ง. ในสระสนธิ ทีฆํ เป็น ๒ คือ
      ทีฆะสระหน้าอย่าง ๑ ทีฆะสระหลังอย่าง ๑
  • จงเติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่างต่อไปนี้
    ก. กึสุ + อิธ สนธิเป็น……………………………………………………..

    ข. วิทูนํ + อคฺคํ สนธิเป็น…………………………………………………
    ค. เอวํสา ตัดบทเป็น……………………………………………………..
    ฆ. ตฺยาหํ ตัดบทเป็น……………………………………………………..
    ง. ในนิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๔ คือ………………………….
    • ตอบ ได้เติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ดังต่อไปนี้
      ก. กึสุ + อิธ สนธิเป็น กึสูธ
      ข. วิทูนํ + อคฺคํ สนธิเป็น วิทูนคฺคํ
      ค. เอวํสา ตัดบทเป็น เอวํ-อสฺสา
      ฆ. ตฺยาหํ ตัดบทเป็น เต-อหํ
      ง. ในนิคคหิตสนธิ ได้สนธิกิริโยปกรณ์ ๔ คือ
      โลโป ๑ อาเทโส ๑ อาคโม ๑ ปกติ ๑

Tip : นามศัพท์ นามนาม คุณนาม สัพพนาม, กติปยศัพท์, มโนคณะศัพท์, สังขยา, อัพยยศัพท์

แนวคำถามข้อที่ ๓ :  เนื้อหาส่วน “นามศัพท์ ถึง อัพยยศัพท์” [ใช้ออกสอบเป็นข้อที่ บาลีสนามหลวง]
“ขอผู้ใหม่ทุกท่าน จงตั้งใจ ขยัน และฝึกเขียนทำปัญหาตามนี้ รับรองสอบผ่าน 100% “

  • จงตอบคำถามต่อไปนี้
    ก. นามศัพท์ในภาษาบาลีนั้น ท่านแบ่งลิงค์ไว้กี่อย่าง ? คืออะไรบ้าง ?
    ข. ศัพท์ที่เป็นเครื่องกำหนดนับนามนาม ชื่อว่าอะไร ? แบ่งเป็นกี่อย่างคืออะไร ?
    • ตอบ ได้ตอบคำถามต่อไปนี้
      ก. แบ่งเป็นลิงค์ไว้ ๓ อย่าง คือปุํลิงคํ เพศชาย ๑ อิตฺถีลิงคํ เพศหญิง ๑ นปุํสกลิงคํ มิใช่เพศชายมิใช่เพศหญิง ๑
      ข. ชื่อสังขยา แบ่งเป็น ๒ อย่าง คือ ปกติสังขยาอย่าง ๑ ปูรณสังขยาอย่าง ๑
  • คำว่า นาม, นามนาม, ลิงค์, วจนะ, วิภัตติ คืออะไร ?
    มีอย่างละเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
    • ตอบ นาม คือ ชื่อ, แบ่งเป็น ๓ อย่าง คือ
      นามนาม ๑ คุณนาม ๑ สัพพนาม ๑
      นามนาม คือ ชื่อของ คน สัตว์ ที่ สิ่งของ มี ๒ อย่าง คือ
      สาธารณนาม ๑ อสาธารณนาม ๑
      ลิงค์ คือ เพศ, มี ๓ อย่าง คือ
      ปุํลิงคํ เพศชาย ๑ อิตฺถีลิงคํ เพศหญิง ๑
      นปุํสกลิงคํ มิใช่เพศชายมิใช่เพศหญิง ๑
      วจนะ คือ คำพูด, มี ๒ อย่าง คือ
      เอกวจนํ คำพูดสำหรับออกชื่อของสิ่งเดียว ๑
      พหูวจนํคำพูดสำหรับออกชื่อของมากกว่าสิ่งเดียว
      คือ ตั้งแต่ ๒ สิ่งขึ้นไป ๑
      วิภัตติ คือ การจำแนก หรือ แจก, มี ๑๔ ตัว แบ่งเป็น
      เอกวจนะ ๗ พหูวจนะ ๗ ดังนี้
                                  เอกวจนะ           พหูวจนะ
      ปฐมา ที่ ๑             สิ                            โย
      ทุติยา ที่ ๒             อํ                            โย
      ตติยา ที่ ๓             นา                          หิ
      จตุตฺถี ที่ ๔             ส                            นํ
      ปญฺจมี ที่ ๕            สฺมา                       หิ
      ฉฎฐี ที่ ๖                ส                            นํ
      สตฺตมี ที่ ๗             สฺมึ                         สุ
  •